Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
คำถามสร้างสรรค์สำหรับคนเป็นหัวหน้า

วันก่อนบังเอิญไปพบคุณเอ ก่อนที่ผมจะเล่าถึงปัญหาของเธอ ผมขออธิบายอุปนิสัยของเธอก่อน อุปนิสัยหลักของคุณเอ คือเป็นคนตรง ๆ ตรงจนบางครั้งออกจะเป็นลักษณะของขวานผ่าซากเลยก็ว่าได้ และนั่นนำมาซึ่งปัญหาที่เธอถามผมในครั้งนี้

คุณเอเล่าว่า เธออยู่ในตำแหน่งหัวหน้างานนี้มาหลายปีแล้ว และเธอคาดหวังว่า จะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปเป็นหัวหน้าแผนก เมื่อสองปีก่อน แต่พอถึงเวลา คุณเอกลับไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง

ซึ่งเมื่อเธอถามเหตุผลจากหัวหน้าก็พบว่าเธอจำเป็นต้องปรับปรุงเรื่องการสื่อสารและการใช้คำพูด

ปีที่ผ่านมา คุณเอพยายามพูดให้น้อยลง เนื่องจากเธอก็พอรู้ตัวอยู่บ้างว่าเป็นคนพูดตรงจนเกินไป และบางครั้งก็พูดก่อนคิด เสียอีก แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือเธอยังไม่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งอยู่ดี เธอจึงเดินเข้าไปถามหัวหน้าอีกครั้ง คำตอบที่ได้รับครั้งนี้คือ เธอพูดน้อยลงก็จริง แต่สิ่งที่เธอพูดนั้นไม่ค่อยสร้างสรรค์เท่าที่ควร

โดยเฉพาะคำถามที่เธอใช้ เวลาถาม ลูกน้อง เป็นอะไรที่บั่นทอนกำลังใจของ พวกเขาอย่างมาก

ครั้งนี้คุณเอรับปากกับหัวหน้าว่าจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น แต่ก็ยังงงว่าคำถามสร้างสรรค์กับไม่สร้างสรรค์ มันเป็นอย่างไร เธอว่ากำลังคิดที่จะโทร.หาผมอยู่พอดี ก็บังเอิญมาเจอกันก่อน

ผมมีข้อแนะนำสำหรับการใช้คำพูดและถามคำถามอย่างสร้างสรรค์สัก 4-5 ข้อ ดังนี้

1.คำถามที่สร้างความชัดเจน - เมื่อมีปัญหาหลาย ๆ ครั้งที่พนักงานจะเดินเข้ามาถามหัวหน้าเพื่อขอคำตอบ ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่หัวหน้าต้องทำคือการหาความชัดเจนให้กับปัญหา หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ เริ่มต้นด้วยการต่อว่า หรือเสียดสีพนักงาน

ยกตัวอย่างคำถาม เช่น ช่วยอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหน่อย ?

2.คำถามเพื่อสร้างความรู้สึกเป็น เจ้าของ - เมื่อพนักงานมีปัญหาและเข้ามาถามเพื่อขอคำตอบ ทางที่ดีที่สุดคือไม่ใช่การให้คำตอบกับพนักงานเพื่อให้เขาไปแก้ไขหรือปฏิบัติ

แต่เป็นการให้พนักงานได้ลองคิดแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองก่อน เพราะนั่นจะทำให้พนักงานรู้สึกเป็นเจ้าของวิธีแก้ไข และ จะพยายามลงมือปฏิบัติอย่างเต็มความสามารถ ยกตัวอย่างคำถาม เช่น จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คุณคิดว่าเราน่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรดี ?

แต่ไม่ใช่สร้างเอง ก็แก้เองสิ แม้ผลสรุปของทั้งสองคำถามจะเหมือนกัน แต่ความรู้สึกมันแตกต่างกัน

3.คำถามเพื่อช่วยให้พนักงานคิดและวิเคราะห์ - การตั้งคำถามก็เป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาพนักงานในการคิดและวิเคราะห์สถานการณ์ต่าง ๆ ได้

ยกตัวอย่างคำถาม เช่น จากแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ว่ามา คิดว่าแนวทางนี้จะมีผลกระทบกับอะไร หรืออย่างไรบ้าง ? และตามด้วยมีแนวทางอื่น ๆ ในการแก้ไขปัญหาอีกหรือไม่ ?

อย่าพูดเพื่อโจมตีแนวทางการแก้ปัญหาที่เขาคิดมา ใช้คำถามให้เขาคิดและวิเคราะห์เองจะดีกว่า

4.คำถามเพื่อสร้างความมั่นใจ - ใน บางครั้ง ด้วยคำตอบที่พนักงานคิดเอง เขาอาจจะไม่ค่อยมั่นใจในแนวทางแก้ไขนั้น ๆ ถ้าคุณเห็นว่าแนวทางการแก้ปัญหาที่เขาคิดเห็นเป็นแนวทางที่ใช้ได้ คุณอาจจะลองถามในเชิงที่สร้างความมั่นใจ เช่น ทำไมคิดว่าแนวทางการแก้ปัญหานี้เป็นแนวทางที่ดี ?

5.คำถามเพื่อการสร้างความสัมพันธ์ในการทำงานที่ดีขึ้น - หลายครั้งที่หัวหน้าต้องการจะถามพนักงานเกี่ยวกับเรื่องหลาย ๆ เรื่อง หรือเกี่ยวกับความคืบหน้าของงาน ดังนั้น คำถามที่ใช้ในการถามควรจะเป็นลักษณะที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ในการทำงาน และไม่ใช้คำถามที่บั่นทอนกำลังใจ

ยกตัวอย่าง เช่น แทนที่จะถามว่ายอดขายได้ถึงเป้าหมายหรือยัง ? ก็ลองเปลี่ยนเป็นว่า ยอดขายเป็นยังไงบ้างแล้ว ?

ส่วนการพูดหรือคำถามที่ควรจะหลีกเลี่ยง จะเป็นการพูดหรือถามในลักษณะที่มุ่งเน้นไปที่ความไม่สำเร็จของงาน ที่ทำให้คนฟังรู้สึกว่าถูกโจมตี เพราะคำพูดและคำถามเหล่านั้นจะทำให้พนักงานรู้สึกต่อต้าน และปิดกันตัวเองจากผู้ถาม

ยกตัวอย่างคำถาม เช่น ทำไมงานของคุณไม่เสร็จทันเวลาที่กำหนด ?

หรือคุณมีปัญหาอะไรกับงานนี้ ?

หรือใครเป็นคนที่ทำให้งานเสร็จช้า ?

หรือคุณไม่มีปัญญาคิดอะไรที่ดีกว่านี้แล้วหรือ ?

นอกจากนี้ สิ่งที่ควรจะหลีกเลี่ยงคือการพูดหรือคำถามที่ทำให้คิดในแง่ลบเกี่ยวกับคนอื่น เช่น คุณคิดไหมว่า...เป็นตัวปัญหาของงานนี้ ?

หรือทุกคนคิดว่าใครคือตัวปัญหา ?

ที่เล่ามาเป็นตัวอย่างของแนวทางการพูดและการถามคำถามอย่างสร้างสรรค์และไม่สร้างสรรค์สำหรับคนที่เป็นหัวหน้า แต่ยังมีหัวข้ออื่น ๆ ที่เราควรพูดและไม่ควรพูดอีก ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือการคิดก่อนพูด ลองคิดดูว่าสิ่งที่เราจะพูดออกไป ถ้าเราเป็นคนฟังจะรู้สึกอย่างไร และอย่าลืมว่าโทนเสียงและการแสดงออกของเราก็มีความสำคัญไม่แพ้คำพูดที่เราใช้

เพราะด้วยคำถามเดียว แต่ด้วยโทนเสียงแตกต่างกัน ก็อาจทำให้คนฟัง มีความรู้สึกที่แตกต่างกันได้

สำหรับคุณเอ ถ้าคุณคิดก่อนพูดได้ และควบคุมโทนเสียงและการแสดงออกได้ รับรองว่าปัญหาเรื่องการพูดของคุณเอจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด สุดท้ายขอให้โชคดีสำหรับการเลื่อนตำแหน่งในปีใหม่นี้...

ที่มา: วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4176  ประชาชาติธุรกิจ คอลัมน์ ถามมา-ตอบไปสไตล์คอนซัลท์ โดย อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา apiwut@riverorchid.com


ผู้เข้าชม : 1259 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys