Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
ซีเอสอาร์ 2010

แนวคิดด้านซีเอสอาร์ หรือความรับผิดชอบต่อสังคมของกิจการนั้น นับวันจะทวีความสำคัญและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ครับ แต่การนำแนวคิดดังกล่าวไปปฏิบัติให้ได้รับผลสัมฤทธิ์ตามที่คาดหมาย ยังคงเป็นคำถามสำหรับหลาย ๆ กิจการครับว่า ควรดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างไร ในรูปแบบไหน จึงจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุด

โดยคำว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น เน้นย้ำว่าเป็นประสิทธิภาพต่อทั้งกิจการและกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย โดยเฉพาะสังคมแวดล้อม และกลุ่มสาธารณะต่าง ๆ ไม่เพียงแต่ให้ผลดีด้านผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างสมดุลต่อทั้งพนักงาน ลูกค้า ซัพพลายเออร์ สังคม และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

แต่การดำเนินกิจการด้านซีเอสอาร์ของกิจการโดยทั่วไป มักจะเป็นรูปแบบการบริจาคเสียมากกว่า อาทิ บริจาคเงิน สิ่งของ สินค้า ฯลฯ นัยว่าเพื่อเป็นทานสร้างกุศล ซึ่งการทำซีเอสอาร์แบบนี้ถือว่าเป็นระดับแรก ๆ เท่านั้น ซึ่งไม่มีผลกระทบทางบวกอย่างเพียงพอและยั่งยืนครับ เพราะเมื่อขาดแคลนก็ต้องบริจาคกันใหม่อีก ไม่สามารถสร้างการพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง

ดังนั้นการทำซีเอสอาร์แนวคิดใหม่สำหรับปีที่กำลังจะมาถึง มีหลักการง่าย ๆ สามประการครับ เริ่มจาก ต้องเกาะติดวิเคราะห์กระแสสังคมด้วยว่า ในขณะนั้นมีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้น กำลังเผชิญอะไรอยู่ ทัศนคติและความต้องการของคนในสังคมมีแนวโน้มเป็นอย่างไร ฯลฯ ซึ่งการทำแบบนี้อย่างต่อเนื่อง ก็เพื่อทราบความต้องการที่แท้จริงและสามารถตอบสนองสังคมได้อย่างตรงจุด อันจะนำไปสู่ผลประโยชน์ที่มากพอสำหรับสร้างปรากฏการณ์ทางบวกต่อสังคมนั้น ๆ ได้ มิใช่ว่ากิจการอยากทำอะไร ก็ทำ โดยมิได้สนใจกระแสสังคมเลย ก็จะทำให้การทำซีเอสอาร์นั้นไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควรครับ

อาทิ กระแสปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เช่น ภาวะโลกร้อน ปัญหาโรคระบาดไข้หวัดพันธุ์ใหม่ หรือแม้แต่ปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ก็สามารถนำมาพิจารณาเป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมซีเอสอาร์ได้

ประการถัดมา คือ กิจกรรมด้านซีเอสอาร์ของกิจการนั้น ต้องสอดคล้องกับความสามารถหลัก หรือทักษะที่โดดเด่นของกิจการด้วย ยิ่งถ้าเป็นความสามารถหรือทรัพยากรที่หายาก ไม่มีในกิจการอื่น ๆ ได้ ก็จะยิ่งดี อาทิ เทคโนโลยีขั้นสูงเหนือระดับกว่าคู่แข่งขันที่ยังไม่สามารถตามทัน หรือทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สั่งสมกันมา ยากที่จะถูกลอกเลียนแบบได้ เป็นต้น

เหตุผลของการที่กิจกรรมด้านซีเอสอาร์ควรสอดคล้องและพัฒนาขึ้นมาจากความสามารถหลักดังกล่าวนั้น ก็เนื่องมาจากว่าจะทำให้กิจการสามารถทำกิจกรรมดังกล่าวได้ดีกว่ากิจการอื่น ๆ มาก และสามารถสร้างประโยชน์และเรียกว่ามี "impact" เป็นกอบเป็นกำ จับต้องได้แก่สังคมแวดล้อมที่เกี่ยวข้องมากที่สุดครับ

อาทิ บริษัทเจเนอรัลอีเล็กทริกส์ หรือจีอี มีเทคโนโลยีขั้นสูงที่พัฒนาสั่งสมมานานทางด้านเกี่ยวกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันส่งผลต่อการเกิดภาวะโลกร้อนอย่างมาก จีอีจึงนำเทคโนโลยีดังกล่าวที่ไม่มีใครเทียบ มาพัฒนาต่อยอดเพื่อตอบสนองต่อปัญหาดังกล่าวและนำสู่วิธีการใหม่ ๆ ในการจัดการกับสภาพแวดล้อมที่กำลังเป็นปัญหากันทั่วโลกดังกล่าวด้วย

หรือการที่กิจการด้านสถาบันการเงิน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการความเสี่ยงและสินเชื่อต่าง ๆ ดำเนินกิจกรรมซีเอสอาร์เน้นย้ำให้ตอบสนองแนวโน้มของวิกฤตซับไพรมแฮมเบอร์เกอร์ดังกล่าว จึงได้ริเริ่มโครงการ Micro Banking ซึ่งเน้นให้ความรู้ สร้างความแข็งแกร่งด้านพื้นฐานการเงินและสินเชื่อระดับชุมชน เพื่อให้หล่อเลี้ยงสภาพคล่องดูแลกันภายในพื้นที่ได้ โดยที่ไม่ต้องอิงกับสถาบันการเงินระดับประเทศแต่เพียงอย่างเดียว นับว่าได้รับความสนใจและสร้างกระแสสังคมได้อย่างมากทีเดียว

ท้ายสุด คือ กิจกรรมซีเอสอาร์ดังกล่าวต้องสร้างผลประโยชน์ตอบแทนที่ลงตัวสมดุลที่สุดให้กับทั้งสังคมและกิจการที่ดำเนินกิจกรรมนั้น ๆ เองด้วย กล่าวคือมิใช่แค่เป็นการเทเงินให้กับกิจกรรมดังกล่าวแต่เพียงอย่างเดียวทั้งหมด แต่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมกลับมาสู่กิจการอีกด้วย แต่เน้นย้ำว่าเป็นระดับที่เหมาะสม มิใช่มุ่งหาแต่ผลประโยชน์หรือกำไรเป็นหลักเหมือนในอดีตครับ

เหตุผลก็คือการทำแบบนี้ ทำให้กิจการซีเอสอาร์เกิดความยั่งยืนในฝ่ายของกิจการเองด้วย เนื่องจากหากกิจกรรมโครงการดังกล่าวสามารถเลี้ยงตัวได้ สร้างผลตอบแทนกลับมาตามสมควร ทำให้กิจการยิ่งมีแรงจูงใจ มีทรัพยากรเพียงพอที่จะพัฒนาต่อยอดเพิ่มกิจกรรมดังกล่าวมากขึ้นต่อไปอีก และเมื่อผลประโยชน์เกิดขึ้นกับทั้งสังคมและองค์กรเองอย่างสมดุล ก็จะยิ่งดีครับ เพราะกิจการก็จะดำเนินโครงการต่อยอดมากขึ้น สังคมก็ได้รับประโยชน์สูงขึ้นตามไปอีก โดยที่กิจการเองก็มิได้มีภาระทางด้านนี้มากเกินไปอีกด้วย นับว่าเป็นย่างก้าวที่สมดุลกันทั้งสองฝ่าย

ดังกรณีของจีอี ที่เน้นกระแสสิ่งแวดล้อมและนำเอาเทคโนโลยีขั้นสูงของตนมาพัฒนาต่อยอดตอบแทนสังคม และท้ายสุดกลายเป็นหน่วยธุรกิจใหม่ภายใต้โครงการ Ecomagination ที่มีเทคโนโลยีชั้นเลิศเพื่อสิ่งแวดล้อมมากมายที่ไม่มีใครเทียบ ผลิตภัณฑ์ในหน่วยธุรกิจนี้จึงสามารถสร้างผลตอบแทนแก่กิจการเป็นกอบเป็นกำ จนถือเป็นรายได้ส่วนใหญ่ของกิจการไปแล้ว ขณะเดียวกันก็ยังมีกิจกรรมแคมเปญและพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าบริการตอบแทนสังคม ช่วยบรรเทาปัญหาสังคมในยุคโลกร้อนนี้อย่างสัมฤทธิผลและต่อเนื่องอีกด้วย และจีอีเองก็มุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เนื่องจากได้รับทั้งภาพลักษณ์ คุณค่าต่อสังคม และทรัพยากรเพียงพอที่จะดำเนินการสานต่อแนวคิดดังกล่าวอย่างยั่งยืนในระยะยาว

กิจการของทุกท่านลองพิจารณาไอเดียข้างต้น และอาจนำไปประยุกต์ใช้กับแนวคิดซีเอสอาร์ของท่าน เพื่อส่งผลดีต่อทั้งองค์กร สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างสมดุลและยั่งยืนครับ


ที่มา: วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4171  ประชาชาติธุรกิจ คอลัมน์ แยบยลกลยุทธ์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค Teerayout@acc.chula.ac.th


ผู้เข้าชม : 1027 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys