Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
แรงบันดาลใจในเวลาที่เหลือ

1.เวลาที่เหลือ

ปลายปีที่ไรฉันต้องคิดว่า เวลาเดินเร็ว ทั้งที่ 1 วันมี 24 ชั่วโมง 1 ปีมี 365 วัน ไม่เคยเปลี่ยน ปีนี้ระหว่างโรงพยาบาลกับวัด ไปถี่จนรู้สึกได้ ที่โรงพยาบาลไม่มีอะไรนักหนา ตั้งแต่อุบัติเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ใครรู้ก็ต้องขำ (ฉันโดนปูหนีบ)

แผลเล็กนิดเดียวแต่ลึกจนเลือดไหลโกรก เย็บ 3 เข็ม จากนั้นก็ต้องเทียวมาล้างแผลอีกเป็นอาทิตย์

เมื่อก่อนเป็นหวัดเจ็บคอ ถ้าไม่ถึงเป็นไข้นอนซม ฉันมักรักษาตัวด้วยพาราเซตามอล และนอนพัก คลินิกยังไม่ไป ไม่ต้องพูดถึง ร.พ.จนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ระบาดนั่นล่ะ

หลายปีที่ผ่านมาการรักษาตามสิทธิประกันสังคม ฉันจะเลือก ร.พ.ของรัฐ ตอนเป็นหวัดเคยไปใช้บริการ ร.พ.เอกชนได้แค่ซาร่ากลับมาแผงเดียวจึงไม่คิดจะกลับไปอีก ไหน ๆ จะไม่ไปอยู่แล้วเลยคิดว่าเงินที่รัฐต้องอุดหนุนน่าจะเป็นของร.พ.รัฐมากกว่า ถ้าต้องไปก็ไปแต่ ร.พ.เอกชนใกล้บ้าน

สะดวก สะอาด และบริการที่ดีมาพร้อมราคาแสนแพง ปูหนีบหนนั้นเป็นหมื่น ไม่น่าเชื่อ..เชื่อเถอะแค่ไข้หวัดยังพันกว่าบาท

"ปีนี้พี่ตรวจร่างกายบ่อยมาก 2-3 เดือนไปที แต่ละครั้งเช็กละเอียดด้วย ล่าสุด ปวดที่ข้อนิ้วก็ไปให้หมอตรวจ พอหมอบอกไม่เป็นอะไร ไม่รู้ยังไงหายปวดขึ้นมาเฉย ๆ ซะงั้น" พี่ที่สนิทกันเล่าไปหัวเราะไป

"กลัวตายล่ะซิ" ฉันแกล้งเย้า

"ไม่ได้กลัวตาย แต่ลูกยังเล็กจะได้รู้ว่าจะมีเวลาเหลืออีกเท่าไร"

พี่คนเดิมพูดต่อว่า "ปีนี้ไปงานศพ บ่อยมาก เพื่อนบ้าง ญาติบ้าง อายุไม่เยอะด้วย ล่าสุดเพื่อนรุ่นพี่ปวดท้องไปหาหมอเจอมะเร็งลำไส้รักษาตัวแค่เดือนเดียว"

จริงซิคนรู้จักใกล้ตัวฉันก็ทำนองเดียวกัน

"อาหารการกิน บุญกรรมทำแต่ง" พี่คนเดิมสรุป

ถ้าเรารู้ว่า เหลือเวลาอีกเท่าไร เราจะใช้วันคืนที่มีไปกับอะไรบ้าง ?

เราจะเป็นคนดีกว่าที่เคยเป็นไหม ?

2. The last Lecture

บทสนทนาในค่ำคืนนั้นทำให้ฉันนึกถึง The Last Lecture ของ แรนดี เพาซ์ ศ.ประจำมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน

"ตัวผมมีความบกพร่องด้านวิศวกรรม มองเผินๆ เหมือนสุขภาพเยี่ยม แต่ ความจริงผมมีเนื้องอกสิบก้อนในตับอ่อน และมีเวลาในชีวิตเหลืออีกไม่กี่เดือน"

"แรนดี" บอกตนเองได้ว่าจะใช้เวลา อันจำกัดอยู่กับครอบครัว ดูแลในขณะที่ยังทำได้จัดการวางแผนสิ่งที่จำเป็นเพื่อชีวิต ข้างหน้าของลูก ๆ และภรรยาในวันที่จะไม่มีเขาอยู่ด้วยให้ราบรื่นที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่าจะสอนลูกๆ อย่างไร

เขามีเรื่องมากมายที่อยากสอนลูก ๆ ในอีก 20 ปีข้างหน้า เวลานี้ลูก ๆ ยังอายุน้อยเกินไป (5 ขวบ 3 ขวบ และ 1 ขวบ)

"พ่อแม่ทุกคนอยากสอนลูกให้แยกแยะผิดถูกได้ สอนสิ่งที่คิดว่าสำคัญ สอนวิธีรับมือกับความท้าทาย และอยากเล่าให้ เขาฟังถึงสารพัดเรื่องในชีวิตตัวเอง" สิ่งเหล่านี้ทำให้แรนดีตัดสินใจรับปาฐกถา "เลกเชอร์ครั้งสุดท้าย" ที่คาร์เนกีเมลลอน

"ถ้าผมเป็นจิตรกร ผมจะวาดรูปให้เขา ถ้าเป็นนักดนตรี ผมจะประพันธ์เพลงฝากไว้ แต่นี่ผมเป็นอาจารย์ ผมจึงเลือกที่จะ ปาฐถกาฝากไว้"

"เจ-ภรรยา" ไม่เห็นด้วยเพราะรู้ดีว่าเขาจะใช้เวลาที่เหลือน้อยนิดไปกับการเตรียมการปาฐกถา แถมวันที่ต้องบินไปล่วงหน้ายังตรงกับวันเกิดอายุครบ 41 ปีของเจ

วันเกิดครั้งสุดท้ายที่จะได้ฉลองร่วมกัน

"สิงโตบาดเจ็บยังอยากรู้ตัวว่าจะคำรามไหวไหม มันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี และการเห็นคุณค่าในตัวเอง ไม่ใช่การยึดติดในลาภยศสรรเสริญ" แรนดีพูดกับเจ

"สิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ ก็คือเวลาพ่อแม่สอนอะไรลูก ถ้าเรื่องนั้นได้รับการยอมรับจากสังคมภายนอกด้วย มันก็ไม่ใช่เรื่อง เสียหาย ผมอาจทำให้สิ่งที่ผมจะบอกพวกเขามีความน่าเชื่อถือมากขึ้น" ในที่สุดเจก็ยอม

หัวข้อปาฐกถาของแรนดี ไม่เกี่ยวกับมะเร็งร้าย และความตายที่รออยู่ข้างหน้า หากเป็นเรื่องของการมีชีวิตอยู่

เขาตั้งหัวข้อว่า "ทำความฝันวัยเด็กของคุณให้เป็นจริงได้อย่างแท้จริง" สำหรับเขาทุกความสำเร็จ และทุกสิ่งที่รักล้วนมีที่มาจากความฝัน และเป้าหมายในวัยเด็กฟังปาฐถกาที่ www.thelastlecture.com

3.ฝันให้ยิ่งใหญ่

มนุษย์เดินทางไปเหยียบพระจันทร์เป็นครั้งแรกในปี 1969 "ตั้งแต่นั้นผมรู้เลยว่า อะไร ๆ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น"

มีคนโจมตีว่าเงินหลายพันล้านเหรียญหมดไปกับการพาคนขึ้นไปดวงจันทร์ ซึ่งนำมาใช้แก้ปัญหาความยากจน และความอดอยากบนพื้นโลกได้

"ผมเข้าใจดี แต่ผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มองว่าการสร้างแรงบันดาลใจเป็นสุดยอดเครื่องมือที่จะทำให้คนทำเรื่องดีๆ"

ถ้าเราใช้เงินไปกับการต่อสู้กับความยากจน แน่นอนมันมีคุณค่ามาก แต่บ่อยครั้งเกินไปที่เรากำลังทำงานชายขอบ แต่การ ส่งคนไปดวงจันทร์คือการสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้ใช้ศักยภาพเต็มที่เท่าที่มนุษย์จะมีได้ ถึงวันนั้นปัญหาใหญ่ๆ ของมวลมนุษยชาติก็จะถูกแก้ไปในที่สุด "อย่าลืมอนุญาตให้ตัวเองได้ฝัน"แรนดีย้ำ

4.ระหว่างบรรทัด

"กำแพงอิฐถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหยุดยั้ง คนที่ไม่ได้ต้องการสิ่งนี้อย่างจริงจังเพียงพอ กำแพงมีไว้เพื่อกันคนอื่นออกไป"

"เลิกบ่น และทำงานให้หนักขึ้น"

"ประสบการณ์คือสิ่งที่คุณได้ เมื่อคุณไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ"

(ถ้ามีผู้ชายมาสนใจคุณหรือทำโรแมนติกด้วย)วิธีง่ายๆ คือ"จงมองสิ่งที่เขาทำ อย่าฟังสิ่งที่เขาพูด"

แม้ในวันเลวร้ายที่สุด "เขา" ก็ยังคงเชื่อว่า "เราไม่สามารถเปลี่ยนไพ่ที่เราจั่วมาได้ แต่เราจะเล่นไพ่ในมืออย่างไรต่างหาก"

ที่มา: วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4145  ประชาชาติธุรกิจ คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ โดย เชอรี่ ประชาชาติ


ผู้เข้าชม : 1322 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys