Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
ผสมผสานการบริหารในทุกเจเนอเรชั่น

ประเด็นที่ HR ให้ความสนใจกันอย่างล้นหลามในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของ generation ในที่ทำงาน

ก่อนอื่น HR ต้องทำความเข้าใจถึงลักษณะของแต่ละ generation ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ?

baby boomers คือกลุ่มคนที่เกิดในช่วง พ.ศ.2489-2507 เป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย baby boomers มีทัศนคติต่อการทำงานคือ "live to work" หรืออยู่เพื่องาน งานสำเร็จ คนสำราญ

generation X เกิดในช่วง พ.ศ.2508-2520 เป็นกลุ่มคนที่เกิดในช่วงที่มีความมั่งคั่ง สมบูรณ์ของโลก โดยทัศนคติต่อการทำงานของ Gen X คือ "work to live" หรือทำงานเพื่ออยู่ คนสำราญ งานสำเร็จ

Gen Y เกิดในช่วง พ.ศ.2521-2543 หรืออาจเรียกว่า millenials เป็นกลุ่มคนที่เกิดในช่วงการเติบโตของเทคโนโลยี ชอบสังคม รักเพื่อน ชอบแสดงออก โดย Gen Y มีทัศนคติตˆอการทำงานคือ "live then work" หรือชีวิตส่วนตัวมาก่อนงานเสมอ

จากข้อมูลดังกล่าว HR สามารถนำมา วิเคราะห์เพื่อหาวิธีการในการบริหารจัดการองค์กร เพื่อเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ดังต่อไปนี้

succession planning การสืบทอดตำแหน่ง - เนื่องจากอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า ผู้บริหาร baby boomers จะเริ่มเกษียณไปจากองค์กร จึงต้องเตรียมความพร้อม Gen X เพื่อให้ขึ้นสู่การเป็นผู้บริหารระดับสูง โดยต้องมีวิธีการในการคัดเลือก และพัฒนาผู้สืบทอดตำแหน่งให้ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็วที่สุด โดยเริ่มจากการ กำหนดคุณสมบัติของผู้สืบทอดตำแหน่ง (successor) ว่าในแต่ละตำแหน่งหรือหน่วยงานนั้นๆ ต้องมีคุณสมบัติทั้งในด้านของความรู้ ทักษะ รวมถึงพฤติกรรมอย่างไรที่จะสามารถทำงานนั้นๆ ได้สำเร็จ

หลังจากนั้นต้องหาเครื่องมือในการวัดและประเมินว่า บุคลากรที่มีอยู่มีใครบ้างที่จะถูกคัดเลือกและพัฒนา

หลังจากได้ข้อมูลแล้ว จะนำมาทำการเรียงลำดับความพร้อมในการสืบทอดตำแหน่ง (successor readiness ranking) รวมทั้งออกแบบวิธีการพัฒนาเพื่อให้มั่นใจได้ว่า แต่ละท่านที่ถูกเลือกสามารถพัฒนาได้อย่างตรงจุด และเกิดความพร้อมในการสืบทอดตำแหน่งอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามเนื่องจาก Gen X ต้องการเป็นที่ยอมรับและต้องการผลตอบแทนในความสามารถและความสำเร็จ จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมระบบการประเมินผล และการให้รางวัลตอบแทนที่ชัดเจนด้วย

training and development การฝึกอบรมและการพัฒนา - เนื่องจากในแต่ละ generation มีลักษณะที่แตกต่างกัน ทำให้วิธีการเรียนรู้จำเป็นต้องแตกต่างกันไปด้วย ในปัจจุบันหลายๆ องค์กรจะใช้วิธีการเดียวคือการฝึกอบรมในห้องเรียนกับพนักงานในทุกตำแหน่ง หรือทุก generation

หากวิเคราะห์ถึงวิธีการเรียนรู้ของคนแต่ละ generation จะพบว่า baby boomers จะชอบการเรียนรู้แบบข้อมูล คือข้อมูลต้องแน่น มีผลการวิจัยมารองรับ มีกรณีศึกษาที่หลากหลาย ซึ่งรูปแบบที่องค์กรชั้นนำส่วนใหญ่ใช้คือ executive coaching ทั้งแบบส่วนบุคคล และแบบกลุ่ม โดยเน้นการให้เครื่องมือในการบริหารจัดการใหม่ๆ รวมถึงมีกรณีศึกษาเพื่อให้สามารถเห็นตัวอย่างความสำเร็จได้อย่างเด่นชัด

ส่วน Gen X จะชอบการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีการแลกเปลี่ยนความรู้และวิธีการกับบุคคลอื่นๆ ไม่ใช่เรียนรู้ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว โดยจะต้องมีการออกไปดูงานนอกสถานที่ มีการทำสถานการณ์จำลอง และบทบาท สมมติ เพื่อให้สามารถเข้าใจเนื้อหาและฝึกปฏิบัติได้ในเวลาเดียวกัน และสำหรับ Gen Y จะชอบเรียนรู้ด้วยสื่อใหม่ๆ เช่น การเรียนรู้ผ่านเว็บ การสัมมนาผ่านเว็บ (webinar) ไม่ชอบทฤษฎี แต่ชอบวิธีการที่นำมาใช้ได้เลย

organization communication การสื่อสารองค์กร - ในแต่ละ generation ชอบรูปแบบในการสื่อสารที่แตกต่างกัน baby boomers ชอบการสื่อสารที่เป็นทางการ แบบต้องพบหน้า (face to face) โดยสื่อที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็น memo หรือ circular (หนังสือเวียน)

ส่วน Gen X จะไม่ชอบการสื่อสารอย่างเป็นทางการมากนัก มักชอบการประชุมในกลุ่มเล็ก และนอกสถานที่ รวมทั้งมักจะสื่อสารทาง E-mail มากกว่าสื่อสารผ่านกระดาษ ส่วน Gen Y ยิ่งไม่ชอบการประชุมที่เป็นทางการ ชอบการประชุมผ่าน webcam หรือสื่อสารผ่านระบบเทคโนโลยีต่างๆ และต้องเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่

ซึ่งจะเห็นได้ว่า HR ต้องเลือกสื่อในการสื่อสารกับพนักงานในองค์กรที่หลากหลาย ไม่ใช่ใช้เพียงแค่สื่อใดสื่อหนึ่ง ซึ่งอาจจะทำให้ข้อมูลขององค์กร โดยเฉพาะข้อมูลที่สำคัญ ไม่สามารถถ่ายทอดหรือสื่อถึงคนในทุก generation ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง ซึ่งมักจะทำให้เกิดปัญหาข้อผิดพลาดในการสื่อสาร (communication breakdown) กันอยู่บ่อยๆ โดยมีเรื่องชวนขันเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างคน 3 generation มาเล่าให้ฟังดังนี้

ข้อความจาก baby boomers

พนักงานทุกท่านโปรดทราบ

memo ฉบับนี้เพื่อแจ้งว่า บริษัทจะมีการประชุมเกี่ยวกับการลดค่าใช้จ่าย โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

วันที่ : 17 สิงหาคม 2552

เวลา : 19.00-21.00 น.

สถานที่ : ห้องประชุมใหญ่บริษัท

จึงขอความร่วมมือพนักงานทุกท่านในการเข้าร่วมประชุมในวันและเวลาดังกล่าว โดยพร้อมเพรียงกัน

ลงชื่อ Chief Financial Officer

ข้อความจาก Gen X

From : genx@abc.co.th

To : babyboomers@abc.co.th

Cc : geny@abc.co.th

Subject : การประชุมบริษัท

ท่าน CFO คะ ดิฉันไม่เห็นด้วยกับการประชุมบริษัท ในนอกเวลาทำงาน เนื่องจากดิฉันมีภาระต้องกลับบ้านไปดูแลครอบครัว เป็นไปได้หรือไม่คะ ที่จะมีการจัดประชุมกลุ่มย่อยและในเวลาทำการ เพื่อเป็นการใช้เวลาประชุมให้คุ้มค่าที่สุด และจะได้มีการแสดงความคิดเห็นกันได้อย่างเต็มที่ และถ้าเป็นไปได้ นัดประชุมที่ Starbucks นะคะ บรรยากาศดี รบกวนท่าน CFO พิจารณาด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

Gen X

ข้อความจาก Gen Y

"ถ้าพี่ๆ ตกลงกันได้แล้ว ช่วย SMS บอกผมด้วยครับ...Gen Y"...Send via Blackberry

จะเห็นได้ว่าความแตกต่างระหว่าง generation นั้น หากเราสามารถเข้าใจถึงลักษณะของแต่ละ generation และนำมาปรับวิธีการในด้าน HR ก็จะยิ่งสามารถเพิ่มประสิทธิผลในการบริหารจัดการองค์กรได้อย่างมากทีเดียว ถ้าทำได้อย่างนี้แล้วก็จะทำให้องค์กรสำเร็จจากรุ่น...สู่รุ่น...ได้ไม่ยากเลย

 

ที่มา: วันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4143  ประชาชาติธุรกิจ คอลัมน์ HR CORNER โดย บุญชัย พงศ์รุ่งทรัพย์


ผู้เข้าชม : 2220 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys