Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
3 in 1 Ocean Strategy ลับคม HR เฟ้นคนชั้นเทพ

๐ บทบาท HR บนน่านน้ำหลากสี
       
       ๐ เมื่อองค์กรต้องปรับกลยุทธ์ HRต้องเท่าทัน
       
       ๐ แนะวิธีจัดทัพสอดรับภารกิจ-การเปลี่ยนแปลง
       
       ๐ พบต้นแบบคัดสรร-ปลุกปั้นคนเก่งและดี สู่ความยั่งยืน
       
       การคัดเลือกบุคลากรในปัจจุบันนี้ จะดูเพียงแค่คุณวุฒิหรือประสบการณ์ไม่ได้อีกต่อไป แต่ต้องดูถึงคุณลักษณะที่โดดเด่น รวมไปถึงความมีคุณธรรม ซึ่งซ่อนอยู่ในตัวของแต่ละบุคคล ดังนั้น HR จำเป็นต้องเรียนรู้ และเข้าใจถึงสิ่งที่องค์กรของตนต้องการ
       
       จากการสัมมนาในหัวข้อ "Ocean Strategy 'Red-Blue-White' กลยุทธ์การบริหารคนเมื่อน่านน้ำเปลี่ยนสี" โดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่คนในสาย HR จะต้องปรับตัวเพื่อที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น
       
       เมื่อคน-องค์กร ต้องมีครบทั้ง 3 ด้าน
       
       สุรศักดิ์ ใจเย็น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและบริหาร บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นถึงการแข่งขันขององค์กรในปัจจุบันว่า ต้องเผชิญกับการแข่งขันใน 2 ส่วน ส่วนแรกคือ การแข่งขันในด้านการทำตลาด ซึ่งพบเห็นได้จากสื่อโฆษณาทั่วไป และอีกส่วน คือ การแข่งขันการหาบุคลากรที่มีคุณภาพหรือ People Marketing ซึ่งเป็นการวางแผนเพื่อดึงดูดคนที่เหมาะสมเข้ามาทำงานให้กับองค์กร
       
       วันนี้น่านน้ำของการทำธุรกิจแบ่งออกเป็น 3 สี นั่นคือ Red , Blue และ White เช่นเดียวกันเมื่อมองในแง่ของการคัดเลือกบุคลากร เพราะมองให้ลึกแล้วองค์กรที่เติบโตและอยู่รอดได้ ต้องสามารถฉีกตัวเองให้อยู่ในรูปแบบของ Blue Ocean ในการทำธุรกิจ เพื่อหาโอกาสใหม่ๆ หรือน่านน้ำที่อุดมสมบูรณ์ แต่ในแง่ของการบริหารบุคคล ต้องมองให้ออกว่าแผนงานภายในองค์กรต้องการบุคลากรที่เป็น Red , Blue และ White ในสัดส่วนที่แตกต่างกันเท่าไร เพราะในหนี่งองค์กรควรมีคนทั้งสามแบบ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการตลาดที่วางเอาไว้ รวมไปถึงลักษณะเฉพาะตัวขององค์กรเองด้วย
       
       เมื่อรู้ว่านโยบายขององค์กรเป็นเช่นไร ฝ่าย HR จำเป็นที่จะต้องสร้างและสรรหาคนที่มีความสามารถสอดคล้องกับความต้องการให้ได้ เพราะต้องยอมรับว่าภายในคน 1 คนไม่ได้สมบูรณ์แบบ มีจุดเด่นและจุดด้อยที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งคนในแต่ละช่วงอายุจะมีความแตกต่างกัน เช่น ในช่วงแรกของการทำงานที่ยังอายุน้อย อาจคิดในแบบ Red เพราะต้องการความก้าวหน้าและขึ้นสู่จุดที่สูงกว่าเดิม แต่พออายุมากขึ้นความคิดจะเปลี่ยนแปลงไป
       
       ในคนหนึ่งคนสามารถมีส่วนผสมทั้ง 3 บุคลิกในตัวเองหรือ 3 in 1 ยกตัวอย่าง ฝ่ายการตลาด (Marketing) ต้องทำงานแบบ Red เพราะต้องแข่งขันกันในเรื่องของส่วนแบ่งการตลาดในทุกๆ ปี แต่ต้องมีความคิดแบบ Blue เพื่อสร้างความแตกต่างของกลยุทธ์การทำงาน และต้องสร้างสรรค์แบบ White โดยมีกิจกรรมที่ทำเพื่อช่วยเหลือสังคม เป็นส่วนที่ช่วยส่งเสริมในด้านภาพลักษณ์ขององค์กร
       
       ในภาพรวมเมื่อพิจารณาในแง่ทัศนคติหรือตัวตน ถ้าคัดเลือกบุคลากรด้าน Marketing ต้องเลือกคนที่มีความเป็น Red อยู่ในตัวสูง แต่ถ้าเลือกบุคลากรด้านวางแผนหรือ Planer ต้องเลือกคนที่มีความเป็น Blue อยู่ในตัวนั่นเอง
       
       ในส่วนของบุคลากรที่มีอยู่เดิม ถ้ามีลักษณะไม่ตรงกับความต้องการ องค์กรสามารถผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น พัฒนาจากความเป็น Red ให้ก้าวไปสู่ความเป็น Blue ด้วยการใช้กิจกรรม การฝึกอบรมที่จะก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ที่จะนำมาปรับใช้ได้ ซึ่งวัดได้จากความรู้และประสบการณ์ของพนักงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา
       
       ถึงแม้ว่าใน 1 คนจะมีส่วนผสมของทั้ง 3 ด้าน แต่ HR จำเป็นที่จะต้องคัดเลือกคนที่เหมาะสมกับสายงานและความเป็นเอกลักษณ์ของตัวองค์กร โดยในระยะยาวมีแนวโน้มที่ Blue และ White จะมีสัดส่วนสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามสภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะไม่มีสีใดสีหนึ่งที่จะลงตัวที่สุด ดังนั้น HR จะต้องเตรียมรับมือ และวางแผนเพื่อให้เกิดความ "สมดุล" ของทั้ง 3 ด้านให้ได้
       
       คนแบบไหนโดนใจองค์กร
       
       การเฟ้นหาคนที่เหมาะสมและถูกต้องไม่ใช่ทำกันง่ายๆ ประวิทย์ ประกฤตศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพโทรกรีน จำกัด ในกลุ่มบริษัทน้ำตาลมิตรผล เสนอแนะว่า องค์กรที่จะมีความยั่งยืนต้องมี HR ที่สามารถคัดเลือกและพัฒนาบุคลากรที่เหมาะสมกับองค์กรให้ได้ เนื่องจากการแข่งขันที่นับวันจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น แนวทางหนึ่งที่ควรจะทำคือ HR จะต้องเฟ้นหาบุคลากรที่อยู่ในระดับอุดมศึกษา เพื่อเตรียมพัฒนาให้รองรับกับการเจริญเติบโตขององค์กร
       
       ในทุกวันนี้บุคลากรส่วนใหญ่ที่ทำงานอยู่ และกำลังจะเข้ามาทำงานกับองค์กร จะอยู่ในช่วงของ Generation X และ Y ซึ่งเป็นบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถสูง ชอบความท้าทาย มีความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาสิ่งใหม่ มีแนวคิดว่า "ทุกอย่างสามารถเป็นไปได้" ซึ่งอาจนับได้ว่าอยู่ในกลุ่มของ Red และ Blue ซึ่งฝ่าย HR จำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงคุณลักษณะและพฤติกรรม เพื่อจะนำจุดเด่นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อองค์กร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
       
       สิ่งสำคัญคือ องค์กรจะต้องสร้างความท้าทายในการทำงานให้แก่บุคลากรอยู่เสมอๆ พร้อมทั้งมีการมอบรางวัลตอบแทน เมื่อสามารถทำงานได้ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ รวมถึงเพื่อสร้างความสุขและเป็นแรงจูงใจในการทำงาน เพราะ "คนไม่ได้มีคุณค่าต่อองค์กร คนที่ทำงานต่างหากที่มีคุณค่า" ฉะนั้น การคัดเลือกบุคลากรจะดูที่ความสามารถอย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นต้องดูถึงความตั้งใจในการทำงานด้วย
       
       เมื่อ HR คัดเลือกคนที่มีความ "เก่ง" และ "ดี" ได้แล้ว ต้องมีความสามารถดึงดูดให้บุคลากรมีความพึงพอใจในการทำงานกับองค์กรให้นานที่สุด นั่นคือต้องมีความชัดเจนในหน้าที่การงาน มีการตั้งเป้าหมายการทำงานโดยแบ่งออกเป็นช่วงๆ รวมถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน สิ่งสำคัญคือต้องให้บุคลากรรู้สึกสนุก เมื่อได้พบกับความท้าทายใหม่ๆ เพื่อให้ได้แสดงความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวออกมา
       
       สำหรับการทำงานภายในองค์กรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ "หัวขบวน"ถือได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุด ลูกน้องจะทำงานได้ดีต้องมีผู้นำที่เก่ง งานไม่ว่ายากแค่ไหนก็ตาม แต่ทีมจะไปรอดเพราะผู้นำที่มีความสามารถ ดังนั้น HR จึงจำเป็นต้องเลือกเฟ้นผู้นำที่มีคุณธรรม มีธรรมมาภิบาล และสามารถทำงานร่วมกับบุคลากรในองค์กรได้อย่างไม่ติดขัด
       
       แม้ว่าการคัดเลือกบุคคลภายนอกที่เปรียบเสมือน "เลือดใหม่" เข้ามาในองค์กร อาจเป็นวิธีที่ได้รับความนิยม เพราะในบางสถานการณ์ต้องการความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อแก้ไขหรือปรับตัวให้ทันต่อสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป แต่การผลัดดัน "สายเลือดเดิม" โดยเน้นการสร้างคนจากภายในก็เป็นวิธีที่ดีไม่แพ้กัน เพราะจะได้บุคลากรที่มีศักยภาพและประสบการณ์ตรง ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับองค์กรมาแล้ว ทำให้เข้าใจถึงวิธีการทำงาน รวมถึงสามารถประสานงานกับแต่ละฝ่ายได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและนโยบายขององค์กร
       
       ดังนั้น การคัดเลือกบุคลากรไม่ว่าจะมีส่วนผสมของ Red , Blue และ White อยู่เท่าใด สิ่งสำคัญคือ ต้องเหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายขององค์กรนั้นๆ จึงจะทำให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
       
       ***************
       คิดแบบ White Strategy
       บริหารองค์กรอย่างพุทธ

       
       "มีความสุขในทุกๆ ขั้นตอนการทำงาน" นั่นคือหลักของ วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์ ประธาน บริษัท บาธรูมดีไซน์ จำกัด ได้นำมาใช้ ด้วยการนำเอาหลักของพระพุทธศาสนามาประยุกต์ โดยมีหลัก 3 ประการ ดังนี้
       
       1. ผลิตให้มาก คือทำในสิ่งที่เรารักให้มาก จะทำให้การทำงานเหมือนเป็นงานอดิเรก
       
       2. ใช้แต่พอดี คือมีความสุขจากสิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็น อยู่อย่างพอเพียง
       
       3. สุขจากการให้ คือมีความสุขจากการแบ่งปันให้กับพนักงาน ลูกค้า และสังคม ซึ่งถ้าเราไม่เคยพอก็จะไม่มีเหลือให้คนอื่น
       
       ***********
       แบบฉบับWhite Guy
       คนดีของบาธรูมดีไซน์

       
       บุคลากรชั้นเทพต้องเก่ง+ดี แต่จะดีอย่างไร? ลองมาดูกฎ 5 ข้อของ "บาธรูม ดีไซน์" องค์กรสไตล์ "White Ocean" วางหลักเกณฑ์ในการตัดสิน
       
       1.ความกตัญญู เพราะถ้าเขาไม่มีความกตัญญูต่อพ่อ แม่ ผู้มีพระคุณ แล้วต่อองค์กรล่ะ เขาจะตอบแทนสิ่งที่องค์กรให้ได้อย่างไร
       
       2.ความอดทน เพราะการทำงานทุกอย่างต้องเจอปัญหาแน่นอน ไม่มีงานอะไรที่ไร้ซึ่งอุปสรรค ถ้าอยากสบายนอนอยู่บ้านไปเลยสิ
       
       3.ความมีน้ำใจ เพราะถ้าเก่งอย่างเดียว แต่ไร้น้ำใจก็ทำงานลำบาก ลูกน้องไม่เอา เจ้านายไม่ชอบ ทำเพื่อตัวเองเท่านั้น คนดีจะต้องเผื่อแผ่ไปยังคนรอบข้าง
       
       4.ความซื่อสัตย์ เพราะเป็นส่วนสำคัญต่อองค์กร องค์กรจะก้าวหน้า ความลับไม่รั่วไหลก็เพราะความซื่อสัตย์ที่มีอยู่ในใจของบุคลากรแต่ละคน
       
       5.ความสุข เพราะคนเราจะทำงานได้ดีและทำอย่างเต็มที่ เพราะว่าเขามีความสุขจากการทำงาน การได้อยู่ในสถานที่ที่เปรียบเสมือนบ้านของตนเอง

ที่มา: ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 4 ธันวาคม 2552 15:40 น.


ผู้เข้าชม : 1559 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys