Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
"ทุกคนคือคนสำคัญ" นิยามรัก ซีอีโอโลกตะวันออก "ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์"


"วันจันทร์อีกแล้วหรือ ดีใจจัง วันทำงานเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว"

เชื่อแน่ว่าซีอีโอแทบทุกบริษัทอยากได้ยินพนักงานพูดคำนี้ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้พนักงานยิ้มรับกับเช้าวันจันทร์

ซีอีโอโลกตะวันออก "ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์" อยากเห็นคนที่รักมีความสุข เหมือนพ่อแม่ที่มอบความรักกับลูก จะไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน ดังนั้นนอกจากคนในครอบครัว พนักงานในองค์กรแล้ว เจ้าพ่อแห่งโก๊ะคนนี้ยังเผื่อแพร่ความรักไปให้กับสังคมโดยรวมอีกด้วย

ในงานเปิดตัวหนังสือ "ซีอีโอกับความรัก" ก่อศักดิ์ได้ปฏิวัติมุมมองเรื่องความรักของมนุษยชาติผ่านประสบการณ์ เป็นมุมความรักในแบบฉบับหนุ่มใหญ่วัยใกล้ 60 ไม่ใช่รักในแบบวาบหวาม แต่เป็นรักใน มุมบวก ทำให้ทุกชีวิตมีแต่เรื่องบวก ๆ เพิ่มขึ้นไปอีก

ก่อศักดิ์บอกว่า เราทุกคนสามารถมีความสุขกับการทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าเราไม่มองว่าการทำงานคือการขายแรงงานเพื่อหารายได้มาหล่อเลี้ยงชีวิตแต่เป็นการสร้างคุณค่าให้แก่ชีวิต แล้วชื่นชมส่วนดีของเพื่อนร่วมกัน ทำให้งาน เป็นหนึ่งเดียวกับวิถีชีวิต ก็จะมีความสุขได้ทุกขณะจิต

"ผมเชื่อว่าบริษัทเราเต็มไปด้วยคนที่มีความสามารถ แม้จะมีความสามารถมากบ้าง น้อยบ้าง หรือมีความสามารถแตกต่างกันไปคนละด้านตามความถนัด ซึ่งเป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่คนที่มีความสามารถเมื่อทำงานกับคนมีความสามารถ แทนที่จะทำให้งานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แต่เอาเข้าจริงกลับกลายเป็นว่า ประสิทธิภาพการทำงานด้อยลง เพราะคนส่วนใหญ่มักมองไม่เห็นคุณค่าของคนอื่น

การขับเคลื่อนองค์กรก็เหมือนกับการ ขับรถยนต์ ทุกชิ้นส่วนมีความสำคัญเหมือนกันหมด

องค์กรเราไม่ต้องการวีรบุรุษหรือวีรสตรีผู้โดดเดี่ยวมีความสามารถเก่งกาจราวเทพยดา แต่องค์กรของเราต้องการคนธรรมดาที่มองเห็นคุณค่าของเพื่อนร่วมงาน ร่วมกันเป็นผลงานอันยิ่งใหญ่ เพราะทุกคนคือคนสำคัญ"

สิ่งที่ซีอีโอเน้นย้ำกับพนักงานตลอดเวลา ทำให้พนักงานรู้สึกฮึกเหิม เพราะแม้ว่าเขา จะเป็นเพียงแม่บ้าน หรือพนักงานขับรถ ก็ไม่ใช่สินทรัพย์ด้อยค่าในสายตาของทุกคน

นอกเหนือจากพนักงานในองค์กรที่ก่อศักดิ์มอบความรักให้อย่างหมดใจ เขายังเผื่อแผ่ความรักไปให้กับเยาวชนไทยโดยการจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ในปี 2538 แล้วพัฒนาต่อยอดเป็นสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ หรือที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า P.I.T ซึ่งปัจจุบันเปิดสอนทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท โดยทุกหลักสูตรมุ่งเน้นที่ WORK-BASED LEARNING ช่วยให้ผู้ที่จบการศึกษาสามารถทำงานได้ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการต่าง ๆ

"ในช่วงที่ผ่านมามีเสียงบ่นมากมายว่าเด็กไทยเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ เรียนจบ ปริญญาตรีแต่คิดไม่เป็น ทำไม่เป็น"

เสียงพร่ำบ่นของนายจ้าง ไม่ได้ทำให้ ซีอีโอของซีพี ออลล์ท้อ ในวันนั้นแทนที่เขาจะนั่งบ่นไปตามกระแส แต่เขาตัดสินใจ กระโดดเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา ซึ่งเขาบอกว่าเขาทำด้วยใจรัก ให้เป็นกำไรขององค์กร เป็นกำไรของชาติ เพราะเด็กที่จบจากสถาบันแห่งนี้ไม่มีข้อผูกมัดว่าจะต้องทำงานกับซีพี ออลล์

สิ่งที่ "ก่อศักดิ์" ให้กับสังคมยังมีอีกมากมาย แต่ที่เป็นรูปธรรมและน่าสนใจอย่างมากในชั่วโมงนี้ คือศูนย์วิเคราะห์ศักยภาพปัญญาธารา หรือ P-PAC ที่ได้เปิดวิเคราะห์ศักยภาพบุคลากรมาเกือบ 1 ปีเต็ม เพราะศาสตร์ของการวิเคราะห์ลายผิววิทยาในศูนย์แห่งนี้นอกจากสามารถนำมาใช้ในงานทรัพยากรบุคคลและ การศึกษาแล้ว ยังสามารถใช้ในการตรวจสอบความผิดปกติของระบบประสาท เช่น กลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม คนที่เข้ามาดูจะรู้ว่าตัวเองมีจุดแข็งจุดอ่อนตรงไหน

"พนักงานคือจิตวิญญาณขององค์กร และเปรียบได้กับชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องจักรที่คอยทำงานประสานขับเคลื่อนให้เครื่องจักรทำงานได้อย่างปกติ

แต่เดิมในหน่วยงานต่าง ๆ มักจะมีบุคคลประเภท "มนุษย์เจ้าปัญหา" ที่ทำลายบรรยากาศการทำงานของทีม สร้างความอึดอัดให้แก่ผู้บังคับบัญชาที่ไม่รู้ว่าจะพัฒนาหรือจัดการอย่างไร หัวหน้า บางคนพยายามเก็บซุกซ่อนปัญหาไว้ใต้พรม บางคนโยนเผือกร้อนไปให้หน่วยงานอื่น ทำให้องค์กรต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายสูญเสียทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ P-PAC เป็นเครื่องมือวัดศักยภาพที่ช่วยสะสางปัญหาเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น"

"ในช่วงที่ผ่านมา ซีพี ออลล์ได้ทดลองก่อตั้งเป็นศูนย์อพยพขึ้นเพื่อรองรับพนักงานบางคนที่อาจทำงานในหน้าที่ หรือสายงานที่ตัวเองไม่ถนัด ทำให้ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงขอให้ผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยงานเป็นคนส่งรายชื่อพนักงานในหน่วยที่เห็นควรส่งเข้าศูนย์อพยพมา ซึ่งปัจจุบันนี้มี 10 กว่าคนแล้ว

ในครั้งแรกที่ประกาศโครงการนี้ มีทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงคัดค้าน ซึ่งเมื่อพิจารณาประโยชน์ของส่วนรวมทั้งต่อองค์กรและตัวพนักงานเองแล้ว จะพบว่า มีผลดีมากกว่าผลเสีย ฝ่ายพนักงานก็ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ฝ่ายองค์กรก็ได้พนักงานอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

วันนี้พนักงานกลุ่มแรกที่ถูกส่งเข้าไปอยู่ในศูนย์อพยพ มีอย่างน้อย 3 คนที่ได้รับโอกาสทดลองงานกับผู้บังคับบัญชาคนใหม่ในหน่วยงานใหม่ที่มีลักษณะงานสอดคล้องกับพื้นฐานศักยภาพและอุปนิสัยของพวกเขา

ทุกคนจึงทำงานอย่างมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่เดินหลงทางมาเกือบครึ่งชีวิต พวกเขาขอบคุณศูนย์อพยพ ขอบคุณบริษัทที่ให้โอกาสเขาตลอดเวลา แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาบางคนอาจจะมองเห็นว่าพวกเขาไม่มีคุณค่าใด ๆ สำหรับองค์กรอีกต่อไปแล้ว แต่ประธานบริษัทมองเห็น"

"ก่อศักดิ์" บอกว่า ในเรื่องของความอาทรต่อสังคม เป็นข้อหนึ่งในลีดเดอร์ชิป 11 ข้อ วันนี้แม้ว่าองค์กรจะมีกำไรไม่มาก ก็ต้องดูแลสังคม ไม่ต้องรอให้รวยแล้วค่อยทำ สิ่งเหล่านี้สามารถทำควบคู่ไปกับการทำงานได้ เพราะยิ่งให้องค์กรก็ยิ่งได้

มาถึงตรงนี้ "ก่อศักดิ์" บอกว่า การให้คือซูเปอร์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะทุกวันนี้เซเว่น อีเลฟเว่นมีลูกค้าเข้าร้านวันละกว่า6 ล้านคน ถ้ามีปัญหาด้านการจัดการ เพียงแค่ 1 ใน 1,000 คนก็แย่แล้ว แต่ที่ผ่านมาเซเว่น อีเลฟเว่นไม่มีปัญหาความขัดแย้งใด ๆ

"ก่อศักดิ์" ไม่เพียงแต่เป็นซีอีโอที่ลูกน้องเข้าถึงได้ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับล่างจนถึงผู้บริหารระดับสูง แต่ยังเป็นผู้บริหารระดับสูงที่ลงไปดูแลทุกข์สุขของพนักงาน ทุก ๆ ด้านแม้กระทั่งเรื่องความรัก โดยจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือในการหาคู่ให้กับพนักงานที่ยังครองความเป็นโสด หรือพนักงานหน้าร้านที่ต้องทำงานเป็นกะทุกคนก็จะมีข้าวฟรีกินทุกมื้อ เพราะเขามองว่าพนักงานทุกคนทำงานหนัก กว่าจะเปลี่ยนกะก็เลยเวลาทำงานทุกครั้ง จึงมีนโนบาย ให้ที่ร้านหุ้งข้าวเลี้ยงพนักงาน

"เมื่อพนักงานมีความสุขก็จะเกิดพลังสร้างสรรค์งาน ไม่ได้ทำงานเพราะถูกบีบบังคับ เพราะฉะนั้นที่นี้จึงเน้นตลอดเวลาว่าในองค์กรของเราไม่ใช่ที่มาขายแรงงาน แต่เรามาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวใหญ่ มีความรักให้กัน มีความสุขด้วยกัน ผลงานก็ออกมาดี"

ด้วยพลังแห่งความรักที่อยากให้ทุกคนมีความสุข ที่นี้จึงได้จัดกิจกรรมให้พนักงานได้โชว์ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่ให้ 5 วันทำงานเป็นวันที่จืดชืดและซ้ำซาก โครงการหนึ่งที่ตอบโจทย์คนทำงานได้เป็นอย่างดีนั่นคือโครงการพรสวรรค์เพื่อให้ พนักงานได้ชื่นชมความงามของชีวิต มีการจัดประกวดร้องเพลงให้กับผู้ที่สนใจ โดยจัดครูมาสอนให้ 3 วัน 2 คืน เพื่อให้ ทุกคนได้แสดงท่าทาง ร้องเพลงอย่างถูกวิธี ทุกคนก็มีความสุข

ที่มากกว่านั้น องค์กรแห่งนี้พนักงานสามารถทำงานไปกินขนมไป ฟังเพลงไปโดยไม่เครียด

"ผมนึกถึงอุตสาหกรรมในครัวเรือน เช่น การปั่นด้าย ชาวบ้านเขานั่งทำงานกันไป คุยเล่นกันไป หรือชาวนาเวลาเกี่ยวข้าวก็ร้องเพลงกันไป การทำงานทุกอย่างไม่ต้องสร้างบรรยากาศให้เงียบจนน่ากลัว เพราะคุณภาพของงาน การส่งงานตรงเวลาเป็นตัววัดผลงานของพนักงานอยู่แล้ว"

นี่คือสิ่งที่สานสายใยให้บ้านหลังใหญ่ที่พนักงานรวมกว่า 85,000 ชีวิตอบอวลไปด้วยความรักและความสุขโดยไม่ต้องใช้ทุนรอนมากมาย แต่มีพลังมหาศาล

ที่มา: วันที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4164  ประชาชาติธุรกิจ


ผู้เข้าชม : 2738 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys