Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
Extended DISC เครื่องมือในการบริหารสไตล์มนุษย์องค์กร

นอกจากบทบาทของ "สาระ ล่ำซำ" ผู้บริหารระดับสูงของ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ต่อเรื่องการบริหารสไตล์ของคนหัวคิดทันสมัยหากในอีกบทบาทหนึ่งต่อการบริหารแบบแยกส่วนเพื่อให้เห็นสไตล์การทำงานของมนุษย์องค์กรในแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร

"พจนารถซีบังเกิด" ที่ปรึกษาและ วิทยากรอาวุโล กลุ่มบริษัท เอพีเอ็มกรุ๊ปยังจำแนกแบบแยกแยะให้เห็นเป็นส่วนย่อยด้วยว่าในชีวิตและบทบาทต่อการทำงานในองค์กรนั้นแท้จริงแล้วสไตล์การทำงานของแต่ละคนเป็นเรื่องสำคัญมาก

"บุคลิกของเราจะเกิดจากการหล่อหลอมมาตั้งแต่เด็กจนเกิดเป็นพฤติกรรมที่แท้จริงเมื่อเราโตขึ้น เข้าสังคม เราจะมีพฤติกรรมอีกแบบหนึ่งที่เรียกว่าพฤติกรรมที่ปรับแต่งแล้วฉะนั้นนิสัยที่เราแสดงในองค์กรอาจจะไม่ใช่พฤติกรรมที่แท้จริงแต่เรารู้ว่าอันนี้เราทำแล้วดีกับองค์กร สังคม และธุรกิจของเรา เราก็จะทำเพราะฉะนั้นคนเรามี 2 พฤติกรรมเป็นอย่างน้อย เหมือนที่มีคนเคยบอกว่า คนเรามี 3 ชีวิต คือ ชีวิตส่วนตัว ชีวิตในที่สาธารณะ และชีวิตลึกๆ ในจิตใจเราบางทีบางคนจนตายก็ยังไม่รู้ว่าเราอยากได้

อะไร อยากจะทำอะไรซึ่งน้อยคนที่จะหาเจอ"

"ดังนั้นวันนี้จึงอยากขอพูดเรื่องพฤติกรรม ที่แท้จริงและพฤติกรรมปรับแต่ง ถามว่า วันนี้คนเราอยู่ดีๆ ทำไมต้องมีพฤติกรรมที่ปรับแต่งและทำไมเราต้องปรับ มีปัจจัยอะไรบ้างทำให้เราอยากจะปรับแต่งพฤติกรรมเพื่อสังคม เช่นความเชื่อ ค่านิยม สภาพทางกายและจิตใจ ที่ทำให้เปลี่ยนไป เช่น เมื่อเหนื่อยจัดๆเครียดมากๆ กดดันมากๆ อาจจะทำให้เราหลุดและนิสัยเปลี่ยนไปจนทำให้เห็นนิสัยที่แท้จริงที่เราเคลือบไว้ ผู้นำก็เช่นเดียวกันก็มีพฤติกรรมที่ปรับแต่งแล้ว แต่บางคนก็ใช้พฤติกรรมที่แท้จริงอยู่แล้วเพราะถ้าปรับแต่งอาจจะไม่ดีก็ได้"

"เรื่องหลักๆของวันนี้จึงคือถ้าแบ่งคนเป็นสองขั้ว ระหว่างเน้นผลงานและเน้นความรู้สึกก็จะมีความแตกต่างอย่างชัดเจน ซึ่งขั้วตรงข้ามกันมักจะคุยกันไม่รู้เรื่องลองนึกดูง่ายๆ ถ้าเราและผู้ร่วมงานเราเป็นคนละอุปนิสัย ถ้าคนที่เน้นงานมากๆก็จะคุยกับคนที่เน้นเรื่องของคน หรือความรู้สึกได้ยากเหมือนมัน ไม่ click กันยกตัวอย่าง เช่น ความเชื่อของคนที่เน้นงาน คือให้เอาผลงานมาก่อน เอาเป้าหมายมาก่อนถึงไปเน้นคน"

"ส่วนคนที่เน้นไปที่คนก็ว่า เอาคนมาก่อน ดูแลดีๆแล้วผลงานจะตามมา ส่วนอีกขั้วคือทางซ้ายและขวา ซึ่งบางคนต้องการสิ่งที่จับต้องได้อะไรที่วัดได้ มีข้อมูล แต่บางคนมองภาพกว้าง ภาพรวม ไม่ได้อิงข้อมูลใดๆแต่คิดว่าน่าจะทำได้ ซึ่งคนที่อิงอะไรที่รูปธรรมมากๆ ก็จะมองว่าอีกฝ่ายเฟ้อฝันส่วนคนที่เน้นภาพกว้างก็ว่าอีกฝ่ายตีกรอบตัวเองเกินไป"

คำถามคือวันนี้เราจะรู้สไตล์ของเพื่อนร่วมงานเราได้อย่างไร ?

"พจนารถ" จึงชี้คำตอบว่าเครื่องมือ extended DISC สามารถที่จะเข้ามาช่วยได้ เพราะ S : steadiness เป็น type ที่ทำอะไรมักคิดหน้าคิดหลัง จะเปลี่ยนกฎ เปลี่ยนแปลงอะไร ก็คำนึงถึงคนอื่นๆสุภาพถ่อมตน เป็นผู้ฟังที่ดี ยึดมั่นสิ่งที่ถูกต้อง และเชื่อแล้วเชื่อเลยไม่ค่อยเถียงใคร แน่นอนว่าเป็นผู้ฟังและผู้ตามที่ดี เสียสละชอบทำงานหลังฉาก

C : compliance เป็นคนที่ยึดแบบกฎระเบียบ และเน้นที่ความ perfect ต้องเนี้ยบ และไม่นอกทาง และเชื่อมั่นในมาตรฐาน และไม่ค่อยชมลูกน้องและต้องการ หลักฐานหรือข้อพิสูจน์ตลอดเวลา ทำให้ทำงานช้า ทุกอย่างต้องเป็นลำดับขั้นถ้าทำพวกงานวิจัย งานที่ต้องละเอียดมากๆ จะดี

D : dominance คนประเภทนี้จะแรง จะต้องแข่งขันตลอดเวลา ขี้เบื่อ และ active ตลอดเวลาเป็นคนแบบเร่งรีบ หลายๆ ครั้งอาจจะพูดสวนเราได้ เนื่องจากคิดเร็วและอยากจะไปเร็วเป็นคนที่มองภาพใหญ่และชัดเจน ทำอะไรทันที เหมาะกับงานที่ต้องการการตัดสินใจและชัดเจน

I : influence เป็นคนมองโลกในแง่ดี และมีแต่ความสว่างไสวชอบมองในแง่บวกเสมอ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก จะเห็นโอกาสในภาวะคับขันและเข้าสังคมเก่ง สนุกสนาน และชอบแหกกฎ ถ้าไม่มีการแหกกฎ ก็ไม่เกิด innovation เพราะฉะนั้นพวก C จะไม่ชอบคนประเภทนี้ เพราะเป็นคนที่ชอบออกความคิดเห็น

สรุปแล้วทั้ง 4 สไตล์ "พจนารถ" บอกว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีในองค์กรทั้งนั้น เพื่อสนับสนุนกันและกันเพราะแต่ละสไตล์ต่างมีจุดอ่อน จุดด้อยของตนเอง ดังนั้นถ้าผู้นำรู้สไตล์ของตนเองก็จะเข้าใจว่าจะปรับตัวเพื่อเข้าหาคนอื่นให้ดีขึ้นอย่างไร

แต่คำถามก็เกิดขึ้นว่าแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับทุกคนหรือไม่ ?

"พจนารถ" จึงบอกว่าใช่ เพราะถ้าเราต้องการ team work ต้องการความร่วมมือ และเกื้อหนุนซึ่งกันและกันดังนั้นในองค์กรหนึ่งๆ แต่ละส่วนงานจึงต้องการคนหลากหลายรูปแบบองค์กรต้องระบุว่าการที่เราจะรับคนไปอยู่ตรงส่วนงานนั้นๆ ต้องการคนประเภทไหน

extended DISC จึงจะช่วยได้ เพื่อให้ผู้นำสามารถรับคนได้ตรงกับประเภทของงานลองนึกดูเล่นๆ ถ้าเรารับคนที่มีบุคลิกไม่ตรงกับงานที่จะต้องทำงานด้วยกันองค์กรจะเป็นอย่างไร ? และจะแข่งขันกับใคร ?

เพราะทุกรูปแบบสามารถเป็นผู้นำได้ทั้งหมดแต่ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับองค์กรและทิศทางด้วย เพราะถ้าองค์กรต้องการ change มากๆยิ่งต้องการคนที่มี I เป็นส่วนผสม หรือถ้าต้องการแข่งขันสูง ก็ต้องการผู้นำที่มี D มาก ถึงจะทำให้การบริหารมนุษย์องค์กรมีสไตล์ที่ผสมผสานอย่างลงตัว

 
ทีมา: วันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4139  ประชาชาติธุรกิจ

ผู้เข้าชม : 4256 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys