Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
Generation 3 ของ CSR

ความโชคดีอย่างหนึ่งของการเป็น "คนข่าว" คือการได้มีโอกาสเรียนรู้ สัมผัสประสบการณ์และมุมมองที่หลากหลาย ด้วยความที่ต้องติดตามข่าวสารมารายงานต่อผู้อ่าน ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาประสาคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบการนำเสนอข่าวด้าน CSR หรือแนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร

ที่ใครต่อใครโดยเฉพาะคนที่มองจากระยะไกลมักมองว่า การที่องค์กรลุกขึ้นมาบอกว่า ตัวเองห่วงใยสังคมและดูแลสิ่งแวดล้อมนั้น เป็นเพียงกระแสและแฟชั่น มองอย่างนั้นอาจจะถูก หากมองในภาพรวมและมองสิ่งที่ปรากฏผ่านสื่อ เพราะมีงานวิจัยหลายชิ้นพยายามชี้ให้เห็นว่า พัฒนาการ CSR ในไทยอยู่เพียงระดับเริ่มต้น

แต่ในความเป็นจริงแล้วอาจไม่ใช่ทั้งหมด

ซึ่งถือเป็นปัญหาสำหรับพัฒนาการด้าน CSR ในไทยที่ยังช้าและล้าหลังกว่าหลายประเทศในเอเชีย รวมไปถึงเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักจะมอง CSR ในไทยแบบเหมาโหล ทั้งๆ ที่หากมองให้ลึกจริงๆ ทั้งในระดับโครงการเพื่อสังคมและระดับองค์กร องค์กรธุรกิจจำนวนมากนั้นอาจจะเรียกได้ว่าเทียบชั้นองค์กรชั้นนำในระดับนานาชาติ มากกว่านั้นพื้นฐานจิตใจที่เอื้อเฟื้อของคนไทยยังอาจจะล้ำหน้ากว่าในหลายประเทศที่ความรับผิดชอบนั้นเดินอยู่เพียงบนมาตรฐาน

ดังนั้นหากจะพัฒนา CSR ในไทยให้เดินหน้าไปมากกว่าที่เป็นและสร้างศักยภาพใน 3 ขา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในภาพรวม ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการผลักดันเรื่องนี้ในไทยย่อมต้องมองข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ใหม่ ในแบบที่ควรจะเป็น โดยควรจัดทำข้อมูลพื้นฐาน จำแนกระดับการทำ CSR และเลือกที่จะพัฒนาและสร้างพลังร่วมไปทีละกลุ่ม ไม่ใช่มองแบบเหมาโหลเช่นที่เคยเป็น เพราะหากมองเช่นนั้น ทุกครั้งที่มีเรื่องใหม่ๆ เช่น การออกแนวปฏิบัติใหม่ๆ เกี่ยวกับ CSR หรือการลงทุนเพื่อสังคม หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวพันกับ CSR ทุกอย่างมักจะถูกกลับไปเริ่มที่หนึ่ง ในการสร้างความรู้เบื้องต้น ทั้งๆ ที่องค์กรจำนวนไม่น้อยสามารถเริ่มนับได้ที่ 9 และ 10 ไปแล้ว

ดูง่ายๆ เอาแค่วัดจากประสบการณ์ที่สัมผัสได้จากผู้เข้าร่วมอบรมในหลักสูตร CSR "Prachachat CSR Academy 2009" ที่ "ประชาชาติธุรกิจ" จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ที่เพิ่งเปิดอบรมคอร์สแรกไปเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2552 ที่ผ่านมาและจะจัดอย่างต่อเนื่องไปจนกว่าจะจบเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

เมื่อเทียบกับปีแรกแล้วย่อมจะเห็นถึงความแตกต่าง และความแตกต่างที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่มุมมอง CSR ที่เปลี่ยนไป หากแต่ยังรวมถึงพัฒนาการในองค์กรที่ในปีที่แล้วองค์กรส่วนใหญ่นั้นกำลังอยู่ในระหว่างการเริ่มต้นที่จะขับเคลื่อน CSR แต่ในปีนี้องค์กรส่วนใหญ่นั้นจะเป็นองค์กรที่มีกิจกรรม CSR จำนวนมาก เพียงแต่ที่มาเรียนเพราะต้องการเรียนรู้ว่า สิ่งที่พวกเขาทำกันมากมายนั้นเป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็น เดินมาถูกทาง หรือควรจะปรับทบทวนให้ CSR ในองค์กรมีประสิทธิผลขึ้นได้อย่างไร

มองเพียงกลุ่มเล็กๆ เท่านี้ และถ้ามองแบบไม่เหมาโหลก็เห็นแล้วว่า นี่ไม่ใช่ CSR ระดับแรกแน่ๆ เพราะจำนวนหนึ่งก้าวพ้นแค่การให้และการบริจาคมาไกลโข ยังไม่รวมการรวมกลุ่มของสมาชิกในสมาคมบริษัทจดทะเบียน 26 องค์กรที่รวมตัวกันเพื่อที่จะสร้างเครือข่ายในชื่อ CSR Club ที่กำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และยกระดับงาน CSR ในประเทศนี้ให้เข้มแข็งขึ้น ก็ต้องบอกว่า นี่ก็เป็นอีกระดับของการพัฒนาเรื่องนี้ในไทย

ซึ่งหากมองจากสิ่งที่กูรูด้าน CSR คนหนึ่งของโลกอย่าง "ไซมอน ซาเด็ก" ที่พูดถึงพัฒนาการของ CSR ในโลกไว้เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ตอนนี้ CSR ในภาพรวมของโลกกำลังเดินมาถึง Gen 3 หรือ Generation 3 ที่เขาบอกอย่างนั้นเพราะเขาแบ่ง Genaration ของ CSR ออกเป็น 3 ยุค Gen แรกคือ CSR ที่มุ่งเน้นกิจกรรม การบริจาค ถ้าให้เห็นภาพชัดๆ ในไทยก็อาจจะเรียกว่า การคืนกำไรสู่สังคม ผ่านกิจกรรมบริจาคต่างๆ เพื่อสร้างชื่อเสียงและการยอมรับ แต่เมื่อถึงเวลาหนึ่งอาจจะได้เรียนรู้แล้วว่า การกระทำเพียงเท่านั้นอาจจะไม่เพียงพอ จึงเป็นที่มาของการพัฒนามาถึงยุคต่อมาหรือ Gen 2 ที่เป็นเหมือนระดับของการพัฒนาโดยองค์กรพยายามเพิ่มการมองในมิติของสิ่งแวดล้อมและสังคมเพิ่มมากขึ้นในกระบวนการทำธุรกิจ เช่น การที่บริษัทรถยนต์สนใจพัฒนารถพลังงานทางเลือก ฯลฯ และเมื่อถึงวันนี้องค์กรก็ได้เรียนรู้ว่า แม้วิธีจะเวิร์กและสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกในภาพรวมได้แต่ก็ยังมีข้อจำกัด เพราะแต่ละเรื่องถูกทำอย่างแยกส่วนในแต่ละองค์กร ทำให้ตอนนี้โลกจึงกำลังพัฒนาการเรื่องนี้สู่ Gen 3 ที่องค์กรธุรกิจกำลังให้ความสำคัญกับการยกสถานะตลาดทั้งตลาดให้มีความรับผิดชอบผ่านการทำงานด้วยความร่วมมือระหว่างองค์กร เพื่อต่อเชื่อมที่จะยกระดับสถานะความรับผิดชอบพร้อมๆ กันทั้งตลาด ซึ่งแน่นอนว่าการทำพร้อมๆ กันย่อมที่จะเกิดผลกระทบในเชิงบวกที่กว้างขวางมากกว่า

วันนี้หากลองยกเลิกการมองพัฒนาการ CSR ในไทยแบบเหมาโหล บางทีเราอาจจะสามารถมองเห็น CSR ในหลายๆ เจเนอเรชั่นที่กำลังปรากฏให้เห็นในไทยในเวลาเดียวกัน ลองสวมแว่นตาอันใหม่ บางทีเราอาจจะได้เลิกพูดประโยคที่ว่า CSR ในไทยก็เป็นแค่แฟชั่นเสียที !!


ที่มา: วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4141  ประชาชาติธุรกิจ, คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ โดย วรัญญา ศรีเสวก


ผู้เข้าชม : 1479 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys