Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
Going GREEN สู่ทิศทางการพัฒนายั่งยืน

การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของโลกในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นแบบทุนนิยม (Blue Philosophy) หรือแบบสังคมนิยม (Red Philosophy) ผลพวงจากการพัฒนา พบว่าทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถฟื้นตัวได้ทัน เกิดปัญหามลพิษและมลภาวะต่าง ๆ ตามมา ทั้งด้านมลพิษทางอากาศ น้ำเสีย ขยะ/กากของเสีย ส่งผลทำให้เกิดปัญหาในระดับโลก เช่น การลดลงของชั้นโอนโซน หรือภาวะโลกร้อน ฯลฯ

จากปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้กระแสการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเริ่มทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นและมีแนวโน้มว่าจะเป็นอย่างนี้ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ จนกว่าปัญหาด้านมลพิษสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติจะลดความรุนแรงลง และคนส่วนใหญ่ได้ตระหนักและมุ่งหน้ากลับไปสู่แนวทางการพัฒนาแบบอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น จนทำให้เกิดการพัฒนาแบบสีเขียว หรือการพัฒนาเชิงอนุรักษ์มากขึ้น

กระแสสีเขียวในด้านการอนุรักษ์มีการพูดถึงกันอย่างแพร่หลายในทุกวงการ ทั้งด้านการออกแบบ (Green Building) การอนุรักษ์พลังงาน หรือการใช้พลังงานทดแทน (Green Energy) เป็นต้น แต่ที่ทุกคนสงสัยในเรื่องของกระแสสีเขียว หรือ Going GREEN ก็คือ Going GREEN คืออะไร ? Going GREEN เพื่อใคร ? Going GREEN ไปทำไม ? และที่สำคัญ Going GREEN จะมีประโยชน์ อะไรกับตัวเรา ? ซึ่งประเด็นต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ สามารถขยายความเพิ่มเติมได้ดังนี้

Going GREEN คืออะไร ? ก่อนจะกล่าวถึงกระแสสีเขียว หรือ Going GREEN คงต้องกล่าวถึงคำว่า GREEN ก่อน GREEN หรือสีเขียวนั้น สื่อไปถึงตัวแทนของการพัฒนาที่ห่วงใยต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นแนวทางในด้านการอนุรักษ์ หมายถึงใช้ในปริมาณที่พอเหมาะกับการทดแทนของทรัพยากร เกิดประโยชน์สูงสุด และต้องเก็บรักษาไว้ใช้ในอนาคตด้วย ซึ่งจะก่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาหรือไม่นั้น มีหลักการที่น่าสนใจ โดย ดร.ปรีชา เปี่ยมพงศ์สานต์ และคณะ (2549) กล่าวไว้ใน 3 ด้าน คือ

1.มีการให้คุณค่ากับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมนั้น ๆ เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างระมัดระวังและเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะทรัพยากรแต่ละประเภทหรือชนิดมีค่า และสามารถคิดเป็นค่าใช้จ่ายได้ ในอดีตที่ผ่านมา การพัฒนาต่าง ๆ ไม่มีการให้คุณค่ากับทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการพัฒนาต่าง ๆ จึงเป็นไปอย่างฟุ่มเฟือยและไม่รู้คุณค่า จนถึงจุดหนึ่ง ปริมาณของมลพิษหรือของเสียสูงเกินกว่าความสามารถในการรองรับของสภาพแวดล้อมนั้น ๆ หรือเกิน Carrying Capacity ในการรองรับ จึงเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลภาวะต่าง ๆ ตามมา เช่น ปัญหาขยะ/ของเสีย น้ำเสีย หรือมลพิษทางอากาศ รวมถึงภาวะโลกร้อน เป็นต้น

2.มิติแห่งอนาคต เมื่อมีการให้คุณค่ากับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว ทำให้การนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ต้องพิจารณาถึงด้านการอนุรักษ์ด้วย โดยปริมาณที่นำมาใช้ต้องเหมาะสมและเหลือไว้ให้กับคนรุ่นหลังใช้ด้วย โดยต้องมีการกำหนดโยบายด้านการอนุรักษ์และรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้อย่างชัดเจน รวมถึงต้องไม่มีการสร้างปัญหาหรือมลพิษในด้านต่างๆ ไว้ให้คนรุ่นหลังแก้ไขอีกด้วย

3.ความยุติธรรม นอกจากการให้คุณค่ากับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงมิติแห่งอนาคตแล้ว ความยุติธรรมในด้านการใช้ทรัพยากรธรรมชาติก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปจากกัน โดยความยุติธรรมในที่นี้หมายถึงความยุติธรรมใน 2 มิติ มิติแรก คือความยุติธรรมของคนในรุ่นเดียวกันในด้านการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยต้องมีการวางนโยบายที่ทำให้ประชากรในทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติที่เขาต้องใช้ได้อย่างเท่าเทียมและเสมอภาค ส่วนมิติที่ 2 หมายถึงความยุติธรรมระหว่างคนรุ่นปัจจุบันกับคนรุ่นหลัง ที่คนรุ่นปัจจุบันต้องใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ไม่เกินความสามารถในการฟื้นตัว และคงเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังเพียงพอที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในอนาคตได้

จากหลักการดังกล่าวจึงสรุปได้ว่า Going GREEN คือการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เกิดความยั่งยืนนั่นเอง

Going GREEN : ไปทำไม ? หลังจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม โลกมีการใช้ทรัพยากรอย่างมากและไม่มีขีดจำกัด ทรัพยากรธรรมชาติอยู่ในสภาพที่ร่อยหรอและเหลือน้อยลงจนทรัพยากรธรรมชาติบางส่วนไม่สามารถฟื้นตัว หรือฟอกของเสียได้ทัน จึงเกิดปัญหามลพิษสิ่งแวดล้อมในด้านต่าง ๆ ตามมา หากเราไม่เร่งแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน ปัญหามลพิษต่าง ๆ ก็จะมีผลกระทบเพิ่มมากขึ้นจนมีผลกระทบต่อตัวเราเองในปัจจุบัน และจะส่งผลต่อไปเป็นปัญหาให้กับชนรุ่นหลัง ซึ่งก็หมายถึงลูกหลานของเราในอนาคตนั่นเอง

Going GREEN : เพื่อใคร ? เป้าหมายของ Going GREEN คือรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้เพื่อให้คนรุ่นอนาคต โดยไม่ละเลยคนในรุ่นปัจจุบัน ที่ต้องมีความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงการใช้ทรัพยากรด้วย ตอบสรุปง่าย ๆ สั้น ๆ ก็ได้ว่า เพื่อตัวคุณเองและลูกหลานของคุณ ซึ่งเป็นคนรุ่นต่อไปที่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรในการพัฒนาและดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ในอนาคต

Going GREEN : เกิดประโยชน์กับเราอย่างไร ? Going GREEN เป็นการพัฒนาโดยใช้หลักการเพื่อให้เกิดความยั่งยืน หากตระหนักถึงผลที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำของเราในชีวิตประจำวัน ก็สามารถทำให้เกิด Going GREEN ได้ เช่น การใช้ประโยชน์จากกระดาษ โดยนำมาใช้สองหน้า ตามหลักการ Reuse เพียง 1 แผ่นต่อวัน จะลดการตัดต้นไม้เพื่อนำมาผลิตกระดาษทันที เพียงแต่ผลสะท้อนกลับมาถึงเราช้า เพราะการลดใช้กระดาษ 1 แผ่นต่อวัน ครบ 450 วัน สามารถประหยัดกระดาษไป 1 รีม ในความเป็นจริง เราอาจจะใช้กระดาษมากกว่านี้

และถ้าจะให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้น สมมติว่าในสำนักงานเรามีพนักงาน 10 คน ประหยัดคนละ 1 แผ่นต่อวัน พวกเราลดการใช้กระดาษทันที 10 แผ่นต่อวัน หรือ 3,650 แผ่นต่อปี หรือประมาณ 8 รีมต่อปี แล้วถ้าสำนักงาน 1,000 แห่งของประเทศไทยใช้กระดาษสองหน้าใน 1 ปี ก็จะมีการใช้กระดาษลดลง 8,000 รีมต่อปี แล้วถ้าสำนักงานทั่วโลกทำเช่นเดียวกันทั้งหมด ลองคิดดูว่าเราสามารถลดการตัดต้นไม้เพื่อผลิตกระดาษได้เท่าไรต่อปี ?

การลดใช้กระดาษจะทำให้โรงงานกระดาษผลิตกระดาษลดลง โดยผลิตตามความต้องการที่แท้จริง เป็นการลดการใช้ต้นไม้วัตถุดิบ การใช้น้ำ และพลังงานไฟฟ้าในโรงงาน ฯลฯ ทำให้อุตสาหกรรมผลิตกระดาษเป็นไปอย่างยั่งยืน นี่ยังไม่รวมถึงการลดการใช้ถุงพลาสติก โดยเปลี่ยนมาใช้เป็นถุงผ้าแทน หรือการลดการเดินทางและลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง การเดินขึ้น-ลง 1 ชั้นทางบันไดแทนการใช้ลิฟต์ การประหยัดพลังงานไฟฟ้าช่วงพักกลางวัน 1 ชั่วโมง เป็นต้น

การดำเนินการต่าง ๆ ล้วนแต่เกิดประโยชน์ทั้งสิ้น Going GREEN จึงเป็นประโยชน์ในด้านการพัฒนาและการอนุรักษ์ที่สมดุล นำไปสู่ความยั่งยืนในที่สุด เพียงแต่ต้องเริ่มต้นที่เราก่อน โดยการปลุกจิตสำนึกในด้านการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าและคิดก่อนใช้ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็จะย้อนกลับมาสู่ตัวเราและลูกหลานในอนาคต ตามหลักการของความยั่งยืนนั่นเอง


ที่มา : วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4161  ประชาชาติธุรกิจ, คอลัมน์ เปิดมุมมอง โดย ดร.ภูริภัท ว่องพิพัฒนานนท์ กลุ่มบริษัท ทีม teamgroup@team.co.th


ผู้เข้าชม : 1276 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys