Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
หนึ่งคิด-หนึ่งทำ การบริหารงานแบบตาราง Grid Management Style


ในงานสัมมนา Executive Tea Talk Discover Your Leadership Style ซึ่งมีภาคแรกที่ว่าด้วยเรื่อง Grid Management Style ที่มี "ดร.ธีระชัย เชมนะสิริ" ผู้อำนวยการสถาบันการบริหารการพัฒนาองค์กร (Grid Thailand) เป็นวิทยากรหลัก

มีวิทยากรพิเศษ คือ "ดร.สถิตพงษ์ วัฒนานุชิต" ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ไม่เพียงทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนารู้และเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง Grid Management Style มากขึ้น

หากยังทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนารับรู้ถึงความจริงต่อการนำ Grid Management Style มาปรับใช้กับการบริหารองค์กรด้วย

ทั้งนั้น เพราะ Grid Management เป็น กรอบการบริหารงานแบบตารางเพื่อใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริหารทุกชาติ ทุกภาษาทั่วโลก เนื่องจากศึกษาจากความมุ่งมั่นที่มีต่องานและความมุ่งมั่นที่มีต่อคน

"ดร.ธีระชัย" บอกว่า ผู้คิดค้น The Grid Theory คือศาสตราจารย์ทางด้านจิตวิทยาชาวอเมริกัน 2 ท่าน คือ "ดร.โรเบิร์ต อาร์ เบลค" และ "ดร.เจน เอส มูทอน" แห่งมหาวิทยาลัยเทกซัส เมืองออสติน ประเทศสหรัฐอเมริกา

เขาทั้งคู่ค้นพบในปี 2502

"จากนั้นทั้ง 2 ท่านจึงได้พัฒนา The Grid Theory จนเป็นหลักสูตรในการพัฒนาผู้บริหาร ทีมงาน และองค์การเพื่อการเปลี่ยนแปลง โดยได้เผยแพร่และมีการยอมรับกันถึง 40 กว่าประเทศทั่วโลก"

เฉพาะในประเทศไทย "ดร.ธีระชัย" บอกว่า Grid Style ทั้ง 7 อันประกอบด้วย หนึ่ง ความรู้ในอดีต สอง ขั้นตอนการปฏิบัติงาน สาม ประเพณีที่สืบต่อกันมา สี่ ความเชื่อมั่น ห้า มาตรฐาน หก นวัตกรรมทางความคิด และเจ็ด ทัศนคติ

ทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมที่แท้จริง ทั้งเกี่ยวข้องกับผู้บริหารและวัฒนธรรมขององค์กรนั้นๆ ที่สำคัญ Grid Management ยังไปช่วยค้นหาด้วยว่าจริงๆ แล้วตัวตนของผู้บริหารเป็นอย่างไร

ผลตรงนี้จึงทำให้ "ดร.ธีระชัย" แปลง ความคิดของ Grid Management มาเป็นทฤษฎีที่เรียกว่า The 3R"s of Teamwork อันเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการเรื่องคน การมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและผลลัพธ์อันไปสอดรับกับกลวิธีในการบริหาร ที่เรียกว่า 2 I AC DC หรือพูดง่ายๆ คือ การบริหารแบบ 2 กระแสไฟฟ้า คือไฟฟ้ากระแสสลับ กับกระแสไฟฟ้าตรง ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความคิดริเริ่ม, การแสดงความคิดเห็น, การตัดสินใจ

การเป็นคนใฝ่รู้, ความขัดแย้ง และการวิพากษ์

ซึ่งในความหมายของ Grid Management บอกว่า เวลามองคนอย่ามองเพียงแค่เปลือกนอก แต่ต้องมองเข้าไปข้างในจนทะลุปรุโปร่ง

ถึงตรงนี้ "ดร.ธีระชัย" จึงกล่าวเสริมว่า ในทฤษฎี The Leadership Grid นั้นมีความเชื่อว่า ในองค์กรของทุกๆ คนคงจะต้องมีพนักงานที่มีสไตล์การทำงานที่แตกต่างกัน

บ้างขี้เกียจ หรือบ้างขยัน

หรือบ้างทำงานเพียงคนเดียว ขณะที่อีกบางคนชอบทำงานเป็นทีม

เหตุนี้เอง "ดร.ธีระชัย" จึงจับคู่ทางคณิตศาสตร์มาอธิบายเพื่อให้เห็นภาพของความมุ่งมั่นในงาน ดังตัวอย่างเลข 1, 1 อันหมายความว่า คนประเภทนี้ชอบทำตัวเองเสื่อม ชอบคิดว่าไม่ใช่เรื่องของเรา อย่าไปยุ่ง หรือชอบคิดว่าทำดีก็ได้ ไม่ทำก็ได้

ส่วนเลข 1, 9 พวกนี้เป็นประเภทเก่งคน เพื่อนฝูงรักใคร่ แต่ผลงานแทบไม่มี

ส่วนเลข 9, 1 พวกนี้เป็นประเภทเก่งงาน แต่คนไม่สนใจ ขาดสังคม เพื่อนฝูง คุณภาพชีวิตย่ำแย่

ส่วนเลข 9, 9 พวกนี้ชอบการทำงานเป็นทีมเวิร์ก รู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และใช้คนอย่างถูกต้อง

ส่วนเลข 5, 5 พวกนี้ยึดทางสายกลาง ทำงานไม่มากไม่น้อย ขอแค่ทำงานผ่านไปวันๆ

นอกจากนั้น "ดร.ธีระชัย" ยังกล่าวเสริมว่า มี The Leadership Grid อีก 2 ประเภท คือ OPP ซึ่งพวกนี้สามารถเป็นได้ทุกอย่างที่กล่าวมา ขอเพียงใครให้ประโยชน์มากกว่าก็จะไปทางนั้น

ขณะที่เลข 9, 9 พวกนี้เป็นได้ทั้งเทพและมารในร่างเดียวกัน เสมือนพ่อปกครองลูก ซึ่งมีทั้งพระเดชและพระคุณอยู่ในตัวคนคนเดียวกัน ดังนั้นเวลาตัดสินใจเขาจึงสามารถตัดสินใจได้ทันที

"ดร.ธีระชัย" บอกว่า ในความคิดของตนต่อเรื่อง Grid Management ไม่อยากที่จะให้องค์กรไหน หรือผู้บริหารคนใดเป็นเหมือนอย่าง OPP (opportunistic management) เพราะจะมองแต่ ผล ประโยชน์เพียงอย่างเดียว

ฉะนั้น การจะทำให้ Grid Management ประสบความสำเร็จ ผู้บริหารจึงต้องเปลี่ยนมุมมองทั้งในเรื่องทัศนคติ ค่านิยม ความเชื่อ และพฤติกรรม

ที่สำคัญจะต้องมองกฎของกลยุทธ์มาประกอบด้วยนั่นคือ จะต้องกำหนดวัตถุประสงค์และทิศทางให้ชัดเจน, จะต้องไม่ปฏิบัติตามแผน ถ้าไม่มีความผูกพัน ที่สำคัญคือ คนเราจะไม่สามารถนำแผนกลยุทธ์ไปปฏิบัติได้ ถ้าไม่เข้าใจ

เพราะถ้าทำทั้งหมดนี้ได้ก็จะเข้าไปสู่กระบวนการ action learning process หรือ Grid Model of Learning (TACGA) อันประกอบด้วย T-theory เรียนรู้ A-action ปฏิบัติ C-critique วิพากษ์

G-generalization แยกแยะ และ A-application ปรับปรุง

ถึงจะประสบความสำเร็จในการใช้เครื่องมือ Grid Management Style

ในมุมตรงข้ามสำหรับ "ดร.สถิตพงษ์ วัฒนานุชิต" ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กลับมองว่า Grid Management Style ไม่เพียงทำให้เรารู้จักตัวเอง หากยังทำให้เราบริหารงานอย่างรู้เท่าทันด้วย

"ปี 2540 ผู้บริหารของเราไปอบรม Grid ส่วนผมไปปี 2541 และก่อนหน้าองค์กรของเรามีวัฒนธรรมองค์กรที่หลากหลาย จึงได้เชิญอาจารย์ธีระชัยมาร่วมวางแผนทรัพยากรมนุษย์ทั้งหมด 5 ปี เพื่อวางแผนธุรกิจไปจีนและอินโดนีเซีย"

"ตอนนั้นเรากำหนดวิสัยทัศน์ว่าอยากจะเป็นหน้าตาทางด้านพลังงานของเอเชีย และองค์กรของเราตอนนั้นต้องบอกว่ามี 3 ช่วงด้วยกัน คือ ปี 2526 เป็นช่วงก่อตั้ง เราขายถ่านหินปีละ 3,000 ตัน ช่วงที่ 2 ปี 2532 เราต้องการเอาบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพราะมองเรื่องความมั่นคงอย่างยั่งยืน และช่วงนี้เองเราก็ให้ความสำคัญเรื่องคนมาก"

"พอถึงช่วงปี 2540 เราเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ เราตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายปีละ 100 ล้านบาทในปี 2541 แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยลดเลยนั่นคือ งบประมาณในการพัฒนาคน ทั้งคนจากประเทศเรา และประเทศจีนและอินโดนีเซีย"

"ตอนนั้นเราใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยง เราใช้กลยุทธ์ที่หลากหลาย แต่สุดท้ายเราก็จบลงด้วยเรื่องการสร้างคนจนมีผลต่อการนำ Leadership Grid Management 3 อย่างมาใช้ คือ หนึ่ง จะต้องมองตัวเองว่าเป็นผู้นำที่ดี สอง ทีมงานต้องมีประสิทธิภาพ สาม วัฒนธรรมองค์กรต้องแข็งแรง"

"โดยเฉพาะในเรื่องของ Leadership Profile เรากำหนดเลยว่าเราต้องการคนมีวิสัยทัศน์ คิดเก่ง มองการณ์ไกล และจะต้องมีความฝัน เพื่อช่วยวางแผนองค์กรไปสู่การปฏิบัติ"

"ดร.สถิตพงษ์" ยอมรับว่า เมื่อเรานำเครื่องมือทางการบริหารอย่าง Grid Management Style เข้ามาสามารถทำให้เราเข้าใจตัวเองว่าเราเป็นแบบไหน

"เพราะเราไม่เพียงได้รู้จักตัวเองและธุรกิจของตัวเราเอง เรายังได้เรียนรู้ว่าองค์กรของเรามีก๊วนอยู่มากมาย ที่สำคัญยังทำให้เราพบว่าวัฒนธรรมองค์กรของเรานั้นมีความหลากหลายเกินไป ซึ่งความหลากหลายนั้นบางทีก็เป็นข้อดี แต่บางทีก็ไม่เป็นข้อเสียเหมือนกัน"

"บังเอิญมากตอนนั้น 7 สไตล์ของ Grid ไปตรงกับ BANPU Spirit ของเราพอดี เราถึงมีความเชื่อว่าในภาวะวิกฤตทุกคนจะต้องช่วยกันทำงาน พูดง่ายๆ ช่วยคนให้แข็งแรงก่อนแล้วค่อยไปสู้ในเรื่องงาน"

"โดยมีค่านิยมร่วมที่เราสอนให้ทุกคนให้เกียรติซึ่งกันและกัน อันประกอบด้วย ความซื่อสัตย์ ความคิดสร้างสรรค์ ความเอื้ออาทร และจะต้องมีกลยุทธ์"

สิ่งเหล่านี้พอหลังจากที่กำหนดค่านิยมร่วมขององค์กรได้ ทุกอย่างก็จะวิ่งไปสู่กำลังการผลิตในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารของผู้นำองค์กรและทีมเวิร์กของพนักงาน

อันส่งผลไปถึงผู้ถือหุ้น ลูกค้า และท้ายที่สุดทุกอย่างก็จะสะวิงกลับมาที่พนักงานอีกครั้งจนทำให้ผลประกอบการในผลผลิตรวมกลับเป็นตัวเลขที่น่าสนใจ

ก็ล้วนมาจากการบริหารที่นำเรื่องของ Grid Management Style มาปรับใช้ทั้งสิ้น

ซึ่งเป็นเรื่องไม่ธรรมดาเลย ?

ที่มา: วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4135  ประชาชาติธุรกิจ


ผู้เข้าชม : 5351 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys