Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
ถอดรหัส ผลสำรวจเฮย์ กรุ๊ป เงินเดือน + โบนัส + การสร้างคน Talent Group ยังคงเป็น The Star

เห็นผลสำรวจของบริษัท Hay Group เกี่ยวกับเรื่องการขึ้นเงินเดือน และการจ่ายผลตอบแทน (โบนัส) ประจำปี 2553 ให้กับพนักงาน และผู้บริหารระดับต่าง ๆ แล้วต้องบอกว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี

เพราะอัตราเฉลี่ยการขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานในทุก ๆ กลุ่มบริษัทอยู่ที่ประมาณ 5.5% ขณะที่การจ่ายผลตอบแทน (โบนัส) ให้กับพนักงานทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 2.86%

ซึ่งถือเป็นการขึ้นเงินเดือนและการจ่ายผลตอบแทน (โบนัส) ในระดับที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ เพราะหลาย ๆ คนคงทราบกันอย่างถ้วนทั่วแล้วว่า ในปี 2552 แต่ละกลุ่มธุรกิจต่างหืดจับกับการทำธุรกิจทั้งสิ้น

ยิ่งเฉพาะกับบริษัทต่าง ๆ ในประเทศไทย

มีแต่เฉพาะกลุ่มพลังงาน และก๊าซธรรมชาติ กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มไฟแนนซ์ และกลุ่มคอนซูเมอร์โปรดักต์เท่านั้นที่พอจะอมยิ้มได้ นอกจากนั้นไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มสื่อสารทางเทคโนโลยี และกลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ต่างยิ้มไม่ค่อยออกทั้งสิ้น

ถามว่าเป็นเพราะอะไร ?

คำตอบคงมีหลายเหตุผลด้วยกัน แต่เท่าที่สอบถามจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจให้คำปรึกษา "อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์คิด สลิงชอท จำกัด เขาบอกว่า มูลเหตุและปัจจัยที่ทำให้ผลสำรวจออกมาดังตัวเลขที่น่าสนใจเช่นนี้ คงมีหลายเหตุผลด้วยกัน

หนึ่ง ต้องมองไปที่ผลประกอบการของกลุ่มบริษัทเหล่านั้น

สอง ต้องมองไปที่ภาวะการแข่งขันของแต่ละกลุ่มธุรกิจ

สาม ลักษณะของคนที่บริษัทเหล่านั้นอยากได้

โดย "อภิวุฒิ" ให้ความเห็นว่า เหตุที่ต้องมองไปที่ผลประกอบการของกลุ่มบริษัทเหล่านั้น เนื่องจากผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจพลังงาน และก๊าซธรรมชาติ, กลุ่มอุตสาหกรรม, กลุ่มไฟแนนซ์ และกลุ่มคอนซูเมอร์โปรดักต์ ต่างมีแผนในการลงทุนค่อนข้างชัดเจน

ยิ่งถ้าเป็นแผนการลงทุนระยะยาวยิ่งจะทำให้เห็นภาพชัด เพราะอย่างที่ทราบ การลงทุนในระยะยาวจะต้องมีแผนการลงทุนในแต่ละโปรเจ็กต์ค่อนข้างชัด มิหนำซ้ำตัวเลขในการลงทุนจะมีมูลค่าค่อนข้างสูง

ฉะนั้นถ้าแผนการลงทุนถูกล้อเป็นภาพเดียวกันกับแผนการบริหารธุรกิจ และถูกล้อเป็นภาพเดียวกันกับแผนการขายและการทำตลาด ยิ่งจะทำให้ตัวเลขผลประกอบการมีความชัดเจนยิ่งขึ้น

คำตอบคือยิ่งทำ ยิ่งได้กำไร

ยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจของประเทศต่างต้องพึ่งพิงธุรกิจพลังงาน และก๊าซธรรมชาติ หรือต้องพึ่งพิงกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม ต่าง ๆ กลุ่มไฟแนนซ์ และกลุ่มคอนซูเมอร์ โปรดักต์ ยิ่งจะทำให้ภาพธุรกิจมีความคึกคักมากขึ้น

เพราะไม่อุปโภค บริโภคไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ เมื่อทางผู้บริหารของบริษัท Hay Group แสดงผลสำรวจออกมาเช่นนี้ จึงทำให้หลายคนที่เข้าฟังสัมมนาวันนั้นมักไม่ค่อยปฏิเสธต่อตัวเลขเหล่านี้

เพราะแต่ละคนต่างมีตัวเลขในใจประมาณนี้เช่นกัน

ขณะที่การลงทุนในระยะสั้น มองเผิน ๆ เหมือนไม่ส่งผลกระทบต่อปัจจัยแวดล้อมภายนอก จนทำให้ตัวเลขการขึ้นเงินเดือน หรือการจ่ายผลตอบแทน (โบนัส) ออกมาดังปรากฏให้เห็น

แต่จริง ๆ แล้ว "อภิวุฒิ" มองว่ามีผลต่อปัจจัยแวดล้อมอยู่เช่นกัน เพราะการลงทุนระยะสั้นนอกจากจะส่งผลโดยเร็วต่อผลประกอบการของบริษัท หากการลงทุนในระยะสั้นยังจะทำให้กลุ่มธุรกิจนั้น ๆ จบลงในแต่ละโปรเจ็กต์เร็วขึ้น

เมื่อจบเร็วจะทำให้มองเห็นตัวเลขผลประกอบการว่าออกมาเช่นไร บวก หรือลบ กำไร หรือขาดทุน และพร้อมที่จะลงทุนต่อในโปรเจ็กต์ข้างหน้าหรือไม่

ส่วนเรื่องการมองไปที่การแข่งขันในแต่ละกลุ่มธุรกิจก็เช่นกัน ถ้าเป็นธุรกิจในระนาบเดียวกัน "อภิวุฒิ" วิเคราะห์ให้ฟังว่าอาจไม่ทำให้ตัวเลขผันแปรมาก เพราะเห็นอยู่แล้วว่ากลุ่มธุรกิจแบบเดียวกันนี้ สามารถทำกำไรได้ประมาณนี้ แล้วการขึ้นเงินเดือน หรือการจ่ายผลตอบแทน (โบนัส) จะไม่แตกต่างกันมาก

แต่ถ้าเป็นคนละกลุ่มธุรกิจจะเห็นภาพค่อนข้างชัด เพราะมูลค่าของการลงทุน มูลค่าของลูกค้าผู้ใช้มีความแตกต่างกัน แต่สุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการธุรกิจของผู้นำในแต่ละองค์กรด้วยว่าเป็นอย่างไร

ส่วนเรื่องลักษณะของคนที่บริษัทเหล่านั้นอยากได้ "อภิวุฒิ" มองว่าในบางกลุ่มธุรกิจ มีการซื้อคน แย่งคน หรือเข้าไปหา กลุ่มคนที่เป็น talent group ฉะนั้นการจ่ายผลตอบแทนให้กับคนเหล่านี้จึงต้องสูงตามไปด้วย ไม่เช่นนั้นเขาเหล่านี้จะลาออกไปอยู่ในธุรกิจอื่น

ฉะนั้นจะเห็นว่าในแต่ละกลุ่มธุรกิจที่ได้รับการจ่ายเงินเดือน หรือจ่ายผลตอบแทน (โบนัส) ในอัตราที่ค่อนข้างสูงในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ถือว่าเป็นธรรมแล้วสำหรับกลุ่มคนเหล่านี้

นอกจากเรื่องดังกล่าวยังมีผลสำรวจที่ น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง คือแนวโน้มการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจของประเทศจีน อินเดีย และเวียดนาม

ยิ่งเฉพาะกับประเทศจีน เพราะผลสำรวจของ Hay Group ออกมาค่อนข้างชัดว่า ประเทศจีนมีแนวโน้มขาดแคลนผู้บริหารระดับสูง เพราะผู้บริหารส่วนนี้ใกล้เกษียณ รวมถึงขาดการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง

ขณะที่ประเทศเวียดนามมีการขยายธุรกิจค่อนข้างรวดเร็ว และค่อนข้างขาดแคลนผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง ทั้งยังขาดแคลนผู้บริหารระดับกลางถึงบนค่อนข้างมาก

ทางแก้ของเรื่องนี้ "อภิวุฒิ" บอกว่าจะต้องใช้เครื่องมือในการบริหารสืบทอดตำแหน่ง (succession planning) เข้าไปทดแทน ขณะเดียวกันจะต้องเร่งสร้าง เร่งพัฒนาให้กลุ่มคนเหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็ว

ทั้งในเรื่องของการฝึกอบรม พัฒนา ทั้งภายใน ภายนอก รวมถึงการส่งคนของตนออกไปศึกษายังต่างประเทศ เพื่อที่จะนำองค์ความรู้เหล่านั้นกลับมาพัฒนาองค์กร

สิ่งสำคัญคือการขึ้นเงินเดือน และการจ่ายผลตอบแทน (โบนัส) เพราะในประเทศที่พัฒนาแล้วมักจะใช้วิธีการจ่ายเงินเดือน และผลตอบแทน (โบนัส) คงที่ แต่จะไปเพิ่มในผลตอบแทน หรือรางวัลอย่างอื่น

ซึ่งจะทำให้ทุกคนพอใจในระดับเดียวกัน

ขณะที่ประเทศอินเดียค่อนข้างขาดแคลนผู้บริหารรุ่นใหม่ที่เป็นมืออาชีพ เพราะในกลุ่ม young talent ถือว่าประเทศอินเดียมีอยู่จำนวนมาก ทั้งยังส่งออกไปหลายประเทศทั่วโลก ดังนั้นทางเดียวที่จะทำให้ประเทศอินเดียประสบความสำเร็จในการบริหารธุรกิจ จึงจำต้องพยายามเฟ้นหาผู้บริหารรุ่นใหม่มาเสริมทัพ เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่กำลังดีดตัวในปีหน้า

แต่กระนั้นไม่ว่าการขึ้นเงินเดือน หรือการจ่ายผลตอบแทน (โบนัส) ในปี 2553 จะเป็นเช่นไร จะมากหรือน้อย แต่เชื่อแน่ว่าพนักงานอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ คงเข้าใจได้ต่อสภาวะเศรษฐกิจเยี่ยงนี้

ที่พร้อมจะทำงานถวายหัวให้กับบริษัท

เพราะอย่างน้อยไม่ใช่ทำเพื่อบริษัทเพียงอย่างเดียว แต่ทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเองด้วย

หรือใครจะเถียงว่าไม่จริง ?

ที่มา: วันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4161  ประชาชาติธุรกิจ


ผู้เข้าชม : 1564 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys