Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
"ไมเนอร์" สร้างสรรค์ สูตรสำเร็จ ปั้นคนเก่งและดี

๐ ไขสูตรสำเร็จสร้างคนเก่งและดี
       
       ๐ ศึกษาแนวคิด-วิธีการขององค์กรเพื่อสร้างความเป็นเลิศ
       
       ๐ ไมเนอร์ฯ ตกผลึก 3 โฟกัสสู่ความยั่งยืน
       
       ๐ เปิดกลยุทธ์ทันยุคทันสมัยใส่ CSR ใน DNA
       
       การบริหารคนเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศขององค์กร เป็นประเด็นที่องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือเล็กก็ตาม เพราะหากมีการบริหารจัดการที่ดีไม่เพียงแต่สร้างรากฐานความแข็งแกร่งให้องค์กรของตนเองเท่านั้น แต่ย่อมส่งผลต่อประเทศชาติและสังคมส่วนรวมอีกด้วย สำหรับ "ไมเนอร์" องค์กรขนาดใหญ่ที่มีบุคลากรราว 2 หมื่นคนและให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการคนอย่างทันยุคทันสมัย นำเสนอแนวคิดและแนวทางในการบริหารจัดการบุคลากรสู่ความยั่งยืนผ่าน "ผู้จัดการ 360 องศารายสัปดาห์"
       
       ๐3 โฟกัสสู่ความยั่งยืน
       
       ปัทมาวลัย รัตนพล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บุคคล บริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่าทุกวันนี้องค์กรต่างๆ พูดถึงการทำให้คนเก่งและดีด้วย เพราะความเก่งอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความยั่งยืน สำหรับ"Minor" มีกรอบโฟกัสใน 3 ข้อคือ 1.เชื่อว่าต้องเก่งก่อนแล้วจึงทำความดี 2.CSR is everyday, everybody's jobและ3.Minor สร้างคน คนสร้างชาติ
       
       ความเชื่อข้อแรก การที่ไมเนอร์ฯ เชื่อว่า "การทำให้คนเก่งก่อน คนจึงจะดีได้" นั่นเป็นเพราะไมเนอร์ฯ คือองค์กรธุรกิจ เมื่อจ้างคนเข้ามาก็พยายามสร้างให้เขามีผลงาน ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่ง"ความดี"อย่างแรกคือการตอบแทนองค์กร เพราะถ้าถูกจ้างแล้วไม่ตอบแทนคนจ้างก็แปลว่าไม่มีความรับผิดชอบต่อคนจ้าง เพราะความดีเป็นเรื่องกว้าง การเป็นพนักงานแต่ไม่ทำงานกลับเอาเวลางานไปทำบุญ จะเรียกว่าเป็นคนดีได้อย่างไร นี่คือความดีของพนักงานบริษัทหรือลูกจ้าง ทุกองค์กรต้องสร้างให้คนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ส่วนเก่งมากหรือน้อยเป็นอีกเรื่อง เพียงแต่ต้องรู้ และเป็นสิ่งแรกที่องค์กรจะสร้างคนได้
       
       ในขณะที่ การทำงานให้ได้ผลการทำงานที่ดีคือการทำงานโดยมีผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับค่าจ้าง ซึ่งไมเนอร์ฯ ยึดถือ 2 แนวทางคือ 1.People Development และ2.Result Oriented เป็นการมุ่งมั่นพัฒนาคนให้มีผลงาน เพราะเมื่อคนนั้นไปทำความดี จะเน้นความดีที่มีผลลัพธ์ ทำความดีแบบจริงจัง ไม่ใช่ความดีแบบฉาบฉวย เช่น จะช่วยสร้างบ้านต้องช่วยสร้างให้เสร็จ ไม่ใช่ครึ่งๆ กลางๆ และต้องเป็นบ้านให้อาศัยอยู่ได้จริง เป็นต้น เมื่อทำตรงนี้ได้ก็เชื่อว่าจะสามารถไปทำความดีกับคนอื่นๆ เช่น เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า ฯลฯ ได้อย่างดี เมื่อคนเก่ง การทำความดีของเขาจะเป็นความดีที่มีประโยชน์จริงๆ จึงใช้คำว่า ต้องสร้างคนให้มี"คุณภาพ" แล้วจึงมี"คุณธรรม" ถ้าเป็นแบบนี้จะเป็นคุณธรรมที่จับต้องได้
       
       ไมเนอร์ฯ คิดว่า ไม่มีใครอยากเป็นโจร ถ้าโอกาสไม่อำนวย เพราะฉะนั้น ทุกวันนี้ ไมเนอร์ฯ จะสร้างระบบการทำงานมากมาย เช่น ระบบตรวจสอบ ระบบบัญชี ฯลฯ หัวหน้าทุกคนจะต้องรู้ว่า ถ้าหัวหน้าเข้มแข็ง ลูกน้องไม่ทำผิด ถ้ามีแนวโน้มทำอะไรไม่ดี ต้องมีการชี้แนะสั่งสอน สำหรับสังคมไทยที่ไม่ค่อยกล้าให้ความจริง เพราะกลัวเสียใจ ทำให้ไม่ได้รับการพัฒนาให้ดีในทันที
       
       ในการพัฒนาระบบของไมเนอร์ฯ เป็นไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยเน้นการศึกษาและการพัฒนาคน โดยใช้แนวทาง "4 ให้" ประกอบด้วย 1.ให้ความรู้ 2.ให้คำชี้แนะ 3.ให้ความช่วยเหลือ และ4.ให้โอกาส เริ่มจากเมื่อเขามีความรู้ที่บริษัทฯ ให้ บริษัทฯ จะไปติดตามผลและให้คำแนะนำสั่งสอน เมื่อเขาเกิดปัญหาจะให้ความช่วยเหลือ และให้ job opportunity มีโครงการให้ทำทั้งพนักงาน part time กับfull time และทั้งที่มีการศึกษาและไม่มีการศึกษา ซึ่งมีตัวอย่างที่บริษัทฯ ภูมิใจมากมาย เช่น พนักงานที่เริ่มทำงานมาตั้งแต่เป็นคนเปิดประตูโรงแรม แต่วันนี้กลายมาเป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ มีบ้าน มีรถ มีครอบครัว ฯลฯ
       
       "ไมเนอร์ฯ สร้างคนและสอนคนให้ทำงานโดยมีผลงาน ทำให้ประสบความสำเร็จ เมื่อเขาไปอยู่ที่ไหนก็จะเจริญ เมื่อคนมีคุณภาพ ทำงานตามรับผิดชอบ เขาจะมีใจและมีเวลาไปทำความดี เพราะคนดีต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ คุณธรรมอย่างเดียวทำให้คนดีไม่ได้ คนดีและคนเก่งต้องมีทั้งคุณภาพและคุณธรรม เราจะไม่พูดอะไรที่เป็นนามธรรม และเราจะพูดว่าคนของเราเป็นคนเก่งและสร้างความดี"
       
       ๐ หนทางสู่ความเป็นเลิศ
       
       ความเชื่อข้อที่สอง ไมเนอร์ฯ "ปลูกฝังให้พนักงานทุกคนเชื่อว่า CSR เป็นงานของทุกคนและต้องทำทุกวัน" การช่วยเหลือสังคมต้องเป็นคุณสมบัติของพนักงาน ไม่ใช่แค่ภารกิจ ซึ่งจะสร้างให้เกิดขึ้นได้ด้วยการจัดกิจกรรม และโครงการต่างๆ โดยสร้างเงื่อนไขให้พนักงานทำงานเพื่อสังคมอย่างจริงจังและจริงใจ เช่น โครงการพัฒนาโรงเรียน การให้ทุนการศึกษา ฯลฯ
       
       "เราพยายามบอกพนักงานทุกคนว่า แค่ช่วยเหลือกัน มันก็คือ CSR แล้วหัวฟน้าช่วยลูกน้อง รับเด็กนักเรียนมาทำงานพาร์ทไทม์ อบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี รู้จักทำมาหากิน ฯลฯ เชื่อว่าถ้าคนของเราเข้าใจตรงนี้ เมื่อเราทำ Leadership Program เราสอนให้หัวหน้าเป็นครู เราเชื่อว่า Good leader is a good teacher. เมื่อหัวหน้าสอนงานด้วยตัวเองคือการให้ความรู้ คนเป็นครูจะเกิดเมตตา จะไม่โทษคนอื่น เกิดการดูแล เอาใจใส่ ใช้ชีวิตร่วมกัน เข้าใจกัน"
       
       นอกจากนี้ ไม่ว่าโครงการไหน จะพยายามให้ทำความดีจากตัวเขาเอง ไม่ใช่ทำเพราะโดนบังคับ ช่น โครงการ Team Building พนักงานเกือบ 200 คน ไปช่วยพัฒนาโรงเรียน ปรับปรุงสนามกีฬา ทาสีห้องเรียน ฯลฯ โครงการ Founder's Day เป็นวันที่พนักงานเลือกโปรแกรมด้วยตัวเองว่าจะไปทำอะไร ไปลงมือทำเองจริงๆ และด้วยเงินของพนักงานเอง เช่น ไปสอนหนังสือ เลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก ฯลฯ
       
       ความเชื่อข้อที่สาม ไมเนอร์ฯ เชื่อว่า "ไมเนอร์สร้างคน เพื่อให้คนสร้างชาติ" เป็นการสร้างความเชื่อว่าไม่ใช่แค่ทำงานไปวันๆ แต่ให้เอาคุณภาพของงานไปสร้างคุณภาพชีวิต สอนให้คนไมเนอร์ฯ มีคุณภาพ ทุกอย่างที่ทำให้องค์กรต้องเป็น "Quality Excellence" และผลักดันให้นำกลับไปใช้ที่บ้าน เช่น ความสะอาด สุขอนามัย ฯลฯ
       
       การพัฒนาทุกอย่างของไมเนอร์ฯ เป็นการพยายามทำให้คนไมเนอร์"กล้าคิดกล้าทำ" พัฒนาให้มีความสามารถในการคิดและทำให้สิ่งที่คิดเกิดเป็นจริงขึ้นมา เพื่อผลักดันให้สิ่งที่ควรเกิดได้เกิดขึ้น "กล้าทำผิด"โดยสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาด ไม่ใช่ทำผิดต้องปิดบัง เพราะปัญหาเป็นเรื่องปกติ เป้าหมายการทำงานคือความท้าทายของชีวิต เพราะเมื่อออกไป ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะทำอย่างนี้ ซึ่งสุดท้ายจะเป็นผลดีต่อประเทศชาติ
       
       ๐วิธีการสร้างคนสร้างกึ๋น
       

       สำหรับวิธีการสร้างคนไมเนอร์ฯ จะมีทั้งการสอน การปลูกฝัง การสร้างต้นแบบ และการใช้กิจกรรมเพื่อสร้างกรอบความคิด ซึ่งจะกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร สร้างให้เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า (Passion) ด้วยการสร้างให้รักในสิ่งที่ทำ โดยบอกเสมอว่า"ถ้าหางานที่รักไม่ได้ ก็จงรักในงานที่ทำอยู่" เพราะงานทุกอย่างเริ่มต้นจากการรักในสิ่งที่ทำ และองค์กรพยายามทำให้เขาสนุกกับงานที่เขาทำ
       
       "ถ้าเขาได้ทำงานที่เขารัก เราไม่ต้องยุ่ง แต่อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะพูดว่า องค์กรไมเนอร์ดุดันหรือพูดอีกอย่างว่าเข้มแข็ง เพราะเราจะมีกิจกรรมเรื่อยๆ เพราะโดยทั่วไปคนไทยเป็นคนสุภาพเรียบร้อย แต่ไม่ถูกใจก็ไม่เอาเหมือนกัน เพราะฉะนั้น การบริการต้องสร้าง ต้องปลูกฝัง แม้ว่าคนไทยได้เปรียบเรื่องอ่อนน้อม แต่คนไทยขี้อาย เรียบร้อย ขี้เกรงใจ ขณะที่จะทำให้ลูกค้ารู้สึกดีต้องมีความกล้าพูด กล้าเสนอ เกรงใจไม่ได้ เพราะลูกค้าจะรู้สึกว่าไม่ได้รับบริการอย่างเต็มที่"
       
       กรอบความคิดของไมเนอร์ฯ คือ ต้องดูแลคนที่เกี่ยวข้อง 100% ยกตัวอย่าง ฝ่ายบริการลูกค้าต้องดูแลลูกค้าอย่างดี ฝ่ายบัญชีต้องดูแลผู้ถือหุ้น ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ต้องดูแลพนักงาน ฝ่ายวิศวกรต้องดูแลอุปกรณ์การทำงานให้ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญ CSR ของไมเนอร์ไม่ใช่แค่การให้ แต่เริ่มจากการทำงานของตัวเองให้ดี เพราะถ้าทำไม่ได้ก็แปลว่าเรื่องของตัวเองยังรับผิดชอบไม่ได้ และเมื่อรวมพลังของหลายฝ่ายจะเป็นพลังขององค์กร
       
       ส่วนสิ่งที่ต่อยอดคือ การทำดีอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเห็นทุกคนเป็นคนในครอบครัวจะทำดีกับเขา ซึ่งเป็นการเปลี่ยนกรอบความคิด (Mindset) ที่ทำให้เกิดการทำดีอย่างมีความมุ่งมั่น (Passion) และต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้องเริ่มจากข้างใน เช่น การทำมูลนิธิต้องเริ่มด้วยมูลนิธิที่ให้ประโยชน์กับพนักงงานของบริษัทก่อน จึงขยายผลสู่ชุมชนที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง
       
       สำหรับโครงการเพื่อสังคมเป็นการไปสร้าง ไม่ใช่การให้ เช่น โครงการพัฒนาเด็กนักเรียน School Project เป็นการทำโครงการห้องสมุดในฝัน มีการสอนคอมพิวเตอร์และภาษาอังกฤษ โดยใช้การไปสอนครู เพื่อให้ครูสอนเด็ก แล้วมีการวัดผล จากนั้นจึงขยับเป็นการให้ทุนการศึกษา บริจาคอุปกรณ์การเรียน แล้วต่อเนื่องไปสู่การเพิ่มทักษะ ด้วยการวางระบบการเรียน และสุดท้ายคือการให้โอกาสเข้ามาเป็นพนักงานของไมเนอร์ฯ ถ้าเป็นคนดีและคนเก่ง
       
       "เมื่อเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ลงไปมาจากผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน เรามีความรับผิดชอบในการใช้ เพราะฉะนั้น เราพยายามหาโครงการที่มีความต้องการจริงๆ เพราะการทำดีไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับเราต้องฉลาดทำบุญ เพราะความดีต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบ"
       
       เมื่อ CSR เป็นยุทธศาสตร์ในแผนธุรกิจ ทำให้ CSR อยู่ใน DNA ของคนไมเนอร์ฯ เพราะสไตล์ไมเนอร์ฯ ต้องทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่การสร้างภาพ การมีส่วนร่วมในสังคมของพนักงานจึงต้องมาด้วยใจรัก แต่ต้องมาจากการสร้าง ต้องให้ค่านิยมและต้องลงมือทำ เพราะเมื่อธุรกิจทุกอย่างของไมเนอร์อยู่ที่"คน"ทั้งหมด นี่คือการสร้าง"ทุนมนุษย์"เพื่อสร้างองค์กรอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน


ที่มา: ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 23 พฤศจิกายน 2552 14:15 น.


ผู้เข้าชม : 1376 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys