Training Partner เข้าระบบ
 
Username
Password
Forgot password?
 
สมัครเป็น Training Partner ที่นี่
 
 
 
Keyword
วันที่เริ่มต้น
วันที่สิ้นสุด
 
รับข่าวสารการอบรมสัมมนา
 
 
Knowledge Zone > ข่าวสารแวดวง Training
 
 
 
อะไร คือ Creative Economy
ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่ความรู้สึกนึกคิดที่ก่อเกิดขึ้นมาตามสัญชาติญาณพื้นฐานหรือ พฤติกรรม หากแต่ว่ามีจุดมุ่งหมายชัดเจน โดยความคิดสร้างสรรค์ที่มีจุดมุ่งหมายย่อมเกิดจาก ความรู้หลากหลายสาขา สะสมมาจนเกิดเป็นความคิดสร้างสรรค์ใหม่เพื่อตอบสนองหรือแก้ปัญหาในสิ่งที่ผู้คิดค้นได้คาดหวังไว้ ซึ่งทำให้ความหมายของความคิดสร้างสรรค์กินขอบเขตที่กว้างขว้างขึ้น ไม่ใช่เฉพาะในเรื่องของงานศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การออกแบบ แต่ยังรวมไปถึงนวัตกรรม การประดิษฐ์ต่างๆ ดังนั้น เมื่อมวลของความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้มีขนาดที่ใหญ่พอ ก็จะสามารถก่อตัวขึ้นเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอันจะส่งผลถึงการจ้างงาน การปรับกระบวนการผลิต ตลาดของผู้บริโภค จนถึงตัวเลขจีดีพีของประเทศ

หากจะยกตัวอย่างที่จับต้องเป็นมูลค่าทางธุรกิจที่ชัดเจน ก็คือ เว็บไซต์ youtube (www.youtube.com) ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายเว็บไซต์ล่าสุดเมื่อตุลาคม 2006 ในราคา 1.65 พันล้านเหรียญ ทั้งที่ใช้เวลาประมาณ 5 ปี แต่ใน youtube มีอะไรจึงสร้างมูลค่าธุรกิจสูงเช่นนั้น คนที่เคยเข้าไปในเว็บไซต์ youtube จะพบว่า youtube เป็นวิดีโอเว็บไซต์ขนาดใหญ่ซึ่งสามารถเลือกดูวีดีโอต่างๆ ได้เพียงแค่ใส่เรื่องที่ต้องการค้นหา สิ่งที่เจ้าของ youtube ทำก็คือ การเตรียมโครงสร้างพื้นฐานของเว็บ อย่าง server ระบบ vdo scanning เพื่อรองรับการสืบค้นจากผู้ใช้บริการ แต่สินทรัพย์ที่แท้จริงของ youtube คือ เนื้อหาของวิดีโอแต่ละเรื่องที่บรรจุในเว็บไซต์ที่สมาชิกแต่ละคนนำมาใส่ไว้ สินทรัพย์ของ youtube จึงเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เป็นสิ่งที่เกิดจากการบริหารเรื่องราวของความคิดสร้างสรรค์
 
กรณีของ youtube มีเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้างมูลค่าของธุรกิจความคิดสร้างสรรค์ให้ประสบความสำเร็จและแพร่หลายในวงกว้าง นั่นคือ เทคโนโลยี และไม่ใช่เพียงกรณี youtube เท่านั้น อุตสาหกรรมความคิดสร้างสรรค์จะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยเทคโนโลยีเป็นช่องทางการเติบโตของธุรกิจ เพราะความคิดสร้างสรรค์เมื่อยิ่งขยายตัวมากขึ้นก็ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้น ตัวอย่างของอุตสาหกรรมเพลงเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด แต่เดิม อุตสาหกรรมเพลงจะผลิตแผ่นเสียง เทป ซีดี มาตามลำดับ ไม่ว่าผู้ฟังอยากฟังเพลงเดียวหรือหลายเพลงก็ต้องซื้อทั้งอัลบั้ม แต่ปัจจุบันเราสามารถเลือกดาวน์โหลดเพลงและจ่ายเงินเฉพาะที่เราต้องการซึ่งทำให้อุตสาหกรรมเพลงขยายตัวขึ้น เพราะสามารถคิดค้นรูปแบบการบริการสินค้าที่ตรงความต้องการและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค โดยมีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวก
 
จากประวัติศาสตร์เราพบว่า สังคมเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากทักษะของมนุษย์ที่เพิ่มมากขึ้นจากสังคมเกษตรกรรม สังคมอุตสาหกรรม สังคมฐานความรู้ และสังคมความคิดสร้างสรรค์ มนุษย์ล้วนผ่านการพัฒนาทักษะ (re-skill) ให้เพิ่มมากขึ้นในแต่ละยุคสมัยจากสังคมเกษตรสู่สังคมอุตสาหกรรม มนุษย์เราพัฒนากลุ่มช่างฝีมือ จากสังคมอุตสาหกรรมสู่สังคมฐานความรู้ เรายกระดับคุณภาพทางการศึกษาให้กว้างขวางและลึกซึ้งและเมื่อมาถึงสังคมความคิดสร้างสรรค์ซึ่งมนุษย์มีการศึกษาและความรู้ด้านวิทยาการอย่างล้นเหลือ สังคมความคิดสร้างสรรค์กลับมองหาทักษะพิเศษ คือ วิธีคิด (Mental skill) อันเป็นการตอบสนองต่อคุณค่าด้านจิตใจของมนุษย์ ซึ่งนำไปสู่ความหวังใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การทำงานที่มีความสุขขึ้น ความปรารถนาในสินค้าและบริการที่มีความแตกต่างและบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของตนได้มากยิ่งขึ้น
 
คุณลักษณะพิเศษที่เฉพาะตัว (uniqueness) กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนโหยหาหลังจากผ่านยุคการผลิตแบบ mass production ใครจะเคยคิดว่า ปัจจุบันสามารถประดิษฐ์กล้อง Leica โดยเลือกชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างรุ่นเพื่อนำมาประกอบเป็นกล้อง Leica ส่วนบุคคล ตามลักษณะเฉพาะและได้ตามความถนัดของเจ้าของกล้อง หรือแม้กระทั่งเราสามารถสร้างรถยนต์ที่เป็นของเราเองทั้งคัน โดยสามารถเลือกชิ้นส่วนที่เราต้องการได้มากกว่า 1 ล้านชนิด
 
รถยนต์เป็นตัวอย่างการวิวัฒนาการของ Product Design ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด ในปี 1903 Henry Ford ได้ก่อตั้งบริษัท Ford เพื่อผลิตรถยนต์ และในปี 1912 Ford ก็ปฏิวัติวงการอุตสาหกรรม เมื่อเป็นผู้เริ่มต้นคิดค้นการผลิตแบบใช้สายพานเพื่อแยกคนทำงานเฉพาะทางและเพิ่มกำลังในการผลิต รถยนต์ของ Ford จึงมีราคาต่ำลง โดยในปี 1921 Ford สามารถผลิตรถยนต์ในราคา 300 เหรียญ/คัน ทั้งที่แต่เดิมรถยนต์มีราคาคันละ 1,400-1,6000 เหรียญ โดยเฉพาะรถยนต์รุ่น Model T ซึ่ง Ford สามารถผลิตและขายได้ในราคา 600 เหรียญ ซึ่งสิ่งที่ Ford ทำจนมาถึงปี 1949 คือ การผลิตรถยนต์ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่วิ่งได้เร็วถึง 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง Ford ได้เป็นผู้พัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ ทำให้คนสามารถซื้อหาได้ง่ายขึ้นและกลายเป็น mass production
 
อุตสาหกรรมรถยนต์ได้ทวีความเข้มข้นในตลาดการแข่งขันมาโดยตลอด ในปี 1934 Citroen ก้าวเข้ามาผลิตรถยนต์ราคาถูก ตามด้วยปี 1958 รถยนต์ยี่ห้อ Oldsmobile และในปี 1970 Ford ก็เริ่มหันมาผลิตความต้องการและความคาดหวังที่สูงขึ้นของลูกค้า  รถยนต์รุ่น Ford Cortina จึงถือกำเนิดขึ้นบนแนวคิดที่ว่าลูกค้าต้องการสินค้าคุณภาพดี สวยงามและผลิตอย่างประณีต ผู้ผลิตจึงปรับวิธีการทำงานให้การออกแบบคำนึงถึงการผลิตที่ง่ายและสะดวกเข้ามาเป็นส่วนสำคัญ (design for manufacture) พร้อมทั้งมุ่งเน้นการผลิตเที่ยงตรง ลดการผิดพลาด ผลที่ตามมาก็คือ ปี 1979 Mustang และ Toyota ผลิตรถยนต์ที่เป็นทางเลือกของลูกค้ามากกว่าการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ในปลายทศวรรษ 1980 ผู้ผลิตตอบสนองลูกค้าด้วยความหลากหลายและตัวเลือกมากขึ้น ด้วยการผลิตรถยนต์คันที่ 2 อย่างรถสปอร์ตหรือรถคูเป้ เช่น ในปี 1989  Mazda ผลิต Mazda RX7   นอกจากนี้ ผู้ผลิตรถยนต์สามารถลดระยะเวลารถยนต์ให้มีวงจรที่สั้นลง โดยก่อนปี 1980 การผลิตรถยนต์ 1 คันตั้งแต่คิดค้นจนออกจำหน่ายใช้เวลา 3 ปี แต่ในปี 1980 รถยนต์ 1 คันใช้เวลา 24 เดือน จนในปัจจุบันรถยนต์ใช้เวลาในการออกแบบ ผลิต และออกจำหน่ายในเวลาเพียง 18 เดือน
 
แต่การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมรถยนต์ไม่ได้หยุดอยู่แค่การหาตัวเลือกให้แก่ลูกค้าเท่านั้น ในทศวรรษที่ 1990 เกิดรูปแบบใหม่ของการผลิตรถยนต์ นั่นคือ การแชร์ชิ้นส่วนการผลิตระหว่างบริษัทผู้ผลิตเพื่อการผลิตที่เร็วขึ้นและราคาถูกลง เช่น รถยนต์ Audi TT เกิดจากการแชร์ชิ้นส่วนอะไหล่ของ Volk กับ Audi หรือการก้าวเข้าไปซื้อกิจการรถยนต์ Skoda ของ Volk เป็นต้น ต่างเป็นการแสดงให้เห็นถึงวิธีคิดของผู้ผลิตที่มุ่งเน้นไปที่การขายรูปลักษณ์ภายนอกมากกว่าความแตกต่างของอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนเทคนิคภายใน และจนในปี 2000 เราสามารถออกแบบรถยนต์ เลือกอุปกรณ์รถยนต์ต่างๆ ได้โดยตัวเราเอง ไม่ว่าจะเป็นขนาดของเก้าอี้ให้เหมาะกับขนาดของผู้ขับขี่ วัตถุดิบของที่นั่ง สี รวมทั้งชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ ที่จะบ่งบอกความแตกต่างและความเป็นตัวตนของลูกค้าแต่ละคน
 
ทั้งหมดนี้ หมายความว่าไม่ว่าลูกค้านึกฝันอะไร ผู้ผลิตพยายามตอบสนองเป็นรายบุคคล ผู้ผลิตรถยนต์หลายบริษัทพยายามทำงานเหมือนช่างตัดเสื้อ บางบริษัทมีบทสนทนากับลูกค้าถึงรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน ผู้ผลิตได้ตอบสนองมากกว่าส่วนที่คนต้องการใช้งาน เพราะความคาดหวังและความต้องการของลูกค้ามากขึ้นและไม่เคยหยุดนิ่ง

หน้าที่ของนักออกแบบเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วงหลังนี้ จากเดิมในสังคมอุตสาหกรรมและการผลิตแบบ Mass production นักออกแบบทำหน้าที่เสนอสินค้าและบริการให้ผู้บริโภค แต่ในยุคสังคมฐานความรู้จนถึงสังคมความคิดสร้างสรรค์ นักออกแบบต้องมีส่วนร่วมกับลูกค้าและยังมีส่วนร่วมในการผลิตสินค้าและบริการร่วมกับคนในสาขาวิชาชีพอื่นมากขึ้น จนถึงจุดหนึ่ง นักออกแบบทำหน้าที่เหมือนผู้เรียบเรียง (composer) โดยเฉพาะในสังคมความคิดสร้างสรรค์ การสร้างผลงานการออกแบบอาจไม่ได้เกิดขึ้นจากนักออกแบบเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากคนที่หยิบประเด็นการออกแบบมาใช้ มีความสามารถเข้าใจโครงสร้างการผลิตและความต้องการของผู้บริโภค ดังนั้น อาจเป็นกลุ่มนักการตลาด นักเศรษฐศาสตร์ที่ทำหน้าที่ควบคุมผลงานการออกแบบ โดยมีนักออกแบบเป็นผู้ลงรายละเอียดในงานที่ใช้ทักษะฝีมือและรายละเอียดด้านการออกแบบต่างๆ ดังนั้น การผลิตสินค้าและบริการในยุคใหม่ของตลาดโลกจึงแข่งขันกันที่ใครจะเป็นผู้กำหนดโจทย์หรือให้  design brief และทำอย่างไรจึงจะเป็นผู้กำหนดโจทย์เพื่อจะกำหนดผลงานและก็ส่งต่อให้คนอื่นที่มีทักษะที่ดี แต่ต้นทุนที่ต่ำกว่าผลิตต่อไป  
 
โดยสรุปแล้ว ภายใต้สังคมความคิดสร้างสรรค์มีลักษณะพิเศษ คือ ปรารถนาความพึงพอใจสูงขึ้น (Increasing sophistication) ต้องการข้อมูลเพื่อการตัดสินใจเพิ่มขึ้น (More Information) ต้องการความรู้ของสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องราวที่อยู่ตรงหน้าแต่หมายถึงประวัติและเรื่องราวเพื่อนำไปสู่การเหตุผลในการตัดสินใจที่ดีที่สุด (More knowledge) เพราะสังคมมีความสลับซับซ้อนเพิ่มขึ้น (More complexity)  ซึ่งลักษณะพิเศษเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลต่อวิถีชีวิต ความคิดและความเป็นอยู่ในโลกยุคปัจจุบันทั้งสิ้น
 
และสังคมความคิดสร้างสรรค์ที่มีลักษณะดังกล่าวนี้ อยู่ที่ไหน?
 
© 2007 by The McGraw-Hill Companies Inc. All rights reserved.

 

ที่มา: อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล,บิสสิเนสวีค ไทยแลนด์


ผู้เข้าชม : 2328 ครั้ง
 
 
 
 
cheap nfl jerseys cheap nike jerseys cheap mlb jerseys cheap real air jordans cheap soccer jerseys